ผู้ไม่สนใจเจริญสมาธิภาวนา ผู้นั้นไม่เรียกว่าเป็นผู้อยู่ด้วยธรรม ส่วนผู้ที่เรียนพระพุทธพจน์ด้วย และเจริญสมาธิภาวนาด้วย ผู้นั้นเรีกว่าเป็นผู้อยู่ด้วยธรรม

การเจริญสมาธิภาวนา เป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ใดปล่อยวันเวลาให้ล่วงเลยไป ไม่สนใจเจริญสมาธิภาวนา สนใจอยู่แต่กับการเรียนพระพุทธพจน์ การแสดงธรรม การสาธยายธรรม การตรึกตรองพิจารณาธรรม พระศาสดาตรัสว่า ผู้นั้นไม่เรียกว่าเป็นผู้อยู่ด้วยธรรม
……………………....
ในปฐมธัมมวิหารีสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงลักษณะของบุคคลผู้อยู่ด้วยธรรม ซึ่งจะต้องประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ เรียนพระพุทธพจน์ด้วย และเจริญสมาธิภาวนา ซึ่งอยู่ในภิกษุประเภทที่ ๕ ดังข้อความที่ว่า “๕. ภิกษุในธรรมวินัยนี้เรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ เธอไม่ปล่อยให้วันคืนล่วงเลยไป ไม่ละการหลีกเร้นอยู่ ตามประกอบความสงบใจภายใน เพราะการเรียนธรรมนั้น ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้อยู่ด้วยธรรม
อย่างนี้แล”
……………………..…..
ภิกษุ ๕ประเภท

๑) ภิกษุประเภทที่ ๑ มากด้วยการเรียนธรรม หมายถึง เรียนพระพุทธพจน์ แต่ปล่อยวันคืนให้ล่วงเลยไป ไม่เจริญสมาธิภาวนา ไม่ถือว่าเป็นบุคคลผู้อยู่ด้วยธรรม

๒) ภิกษุประเภทที่ ๒ มากด้วยการแสดงธรรม หมายถึง แสดงธรรมได้อย่างพิสดารตามที่เล่าเรียนมาแก่ผู้อื่น แต่ปล่อยวันคืนให้ล่วงเลยไป ไม่เจริญสมาธิภาวนา ไม่ถือว่าเป็นบุคคลผู้อยู่ด้วยธรรม

๓) ภิกษุประเภทที่ ๓ มากด้วยการสาธยายธรรม หมายถึงสาธยายธรรมได้อย่างพิสดารตามที่เล่าเรียนมา แต่ปล่อยวันคืนให้ล่วงเลยไป ไม่เจริญสมาธิภาวนา ไม่ถือว่าเป็นบุคคลผู้อยู่ด้วยธรรม

๔) ภิกษุประเภทที่ ๔ มากด้วยการตรึกตรองพิจารณาธรรมตามที่ได้เล่าเรียนมา แต่ปล่อยวันคืนให้ล่วงเลยไป ไม่เจริญสมาธิภาวนา ไม่ถือว่าเป็นบุคคลผู้อยู่ด้วยธรรม

๕) ภิกษุประเภทที่ ๕ อยู่ด้วยธรรม หมายถึงเรียนพระพุทธพจน์ และไม่ปล่อยวันคืนให้ล่วงเลยไป เจริญสมาธิภาวนา พระศาสดาตรัสรับรองว่า ภิกษุนี้ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ด้วยธรรม

ในช่วงท้ายของพระสูตรพระศาสดาทรงแนะนำให้ภิกษุหาเสนาสนะที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เป็นสถานที่สงัดจากเสียงรบกวน ทรงแนะนำให้ภิกษุเจริญสมถะและวิปัสสนา
………..
สรุปความจาก ปฐมธัมมวิหารีสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=22&siri=73&fbclid=IwAR3rSKu5EptF61ZTpdRv9mIkBJabXr0CQAPtNtIel6sYhZXUZxqtjsmwph4

บทว่า ธมฺมํ ปริยาปุณาติ ได้แก่ เล่าเรียน ศึกษา กล่าวธรรมคือสัจจะ ๔ โดยนวังคสัตถุศาสน์ [คำสอนของพระศาสดา ๙ ส่วน].

บทว่า อนุยุญฺชติ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถํ ได้แก่ ส้องเสพ เจริญจิตสมาธิภายในตนเอง คือประกอบขวนขวายในสมถกรรมฐาน.

บทว่า รุกฺขมูลานิ โคนไม้นี้. ทรงแสดงสถานที่สงัดจากคนด้วยบทว่า สุญฺาคารานิ (เรือนว่าง) นี้ อนึ่ง. ทรงบอกเสนาสนะที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร…

บทว่า ณายถ ได้แก่ ท่านทั้งหลายจงเพ่งพินิจอารมณ์ ๓๘ ด้วยการเพ่งพินิจโดยอารมณ์ และเพ่งพินิจขันธ์ อายตนะเป็นอาทิ โดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น ด้วยการเพ่งพินิจโดยลักษณะ ท่านอธิบายว่า จงเจริญสมถะและวิปัสสนา.

บทว่า มา ปมาทตฺถ แปลว่า อย่าประมาทเลย.
……………
ข้อความบางตอนใน อรรถกถาปฐมธรรมวิหาริกสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=22&i=73