เมื่อเวลา 17.00.น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีที่ น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปี ที่เสียชีวิตจากอาการป่วยโรคหอบหืด

โดยกล่าวว่าขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ที่ไม่มีการประสานงานที่ดีและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ชีพรัตนเวช ออกบริเวณคลองแอล จนกระทั่งใช้เวลาในการส่ง น.ส.พัฒนาฯออกไปรักษาภายนอกล่าช้าโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1ชัวโมง 10 นาที ทำให้เสียชีวิต

ซึ่งขณะที่น.ส.พัฒนาฯมีอาการป่วยนี้เวลา 11.29.น.โดยพักอยู่ที่หลังวัด ( 58 ไร่) ซึ่งปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอล 10 นาที แต่ทางหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ติดด่านตำรวจทหาร เพราะตัดสินใจไม่ได้ ต้องถามสอบเจ้าหน้าที่ DSI เท่านั้น หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น อาสาสมัครรัตนเวช แจ้งว่า ต้องเสียเวลา ย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆ หายๆ

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ยกเลิกกฎหมายมาตรา 44 เนื่องจาก น.ส.พัฒนาฯเป็นศพที่ 2 แล้วจากการใช้กฎหมายนี้ ซึ่งเราเพียงต้องการเข้าออกภายในวัดพระธรรมกาย ที่ๆเราอยู่มาโดยตลอดเท่านั้น

ทั้งนี้ได้มีการจัดให้มีการสวดอภิธรรมศพ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ภายในตลาดกลางคลองหลวง โดยมีพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าร่วมในครั้งนี้

เมื่อเวลา 18.00.น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จำนวนหนึ่งได้จัดกิจกรรมสวดมนต์บูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ โดยการจุดเทียนเพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์ เพื่อสันติภาพ ในครั้งนี้

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณด้านหน้าตลาดกลางคลองหลวง ต่างร่วมกิจกรรมจุดเทียนแห่งสันติภาพในครั้งนี้บริเวณริมฟุตบาท ถนนบางขันธ์-หนองเสือ จำนวนมาก

source :- http://www.matichon.co.th/news/481396