การสงเคราะห์บุญกิริยาวัตถุ ๗ เข้ากับบุญกิริยาวัตถุ ๓ 
***********
ด้วยว่า เมื่อทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่ง บุญนั้นก็จะมีผลมาก เพราะเหตุที่ทิฏฐิทั้งหลายตรงนั่นเอง.

แต่ว่ามีการสงเคราะห์บุญกิริยาวัตถุ ๗ อย่างเหล่านี้เข้ากับบุญกิริยาวัตถุ ๓ อย่างข้างต้นมีทานมัยเป็นต้น.

อธิบายว่า บรรดาบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๗ อย่างนั้น

ความอ่อนน้อม (อปจายนมัย) ความขวนขวาย (เวยยาวัจจมัย) สงเคราะห์เข้าในสีลมัย.

การเพิ่มให้ซึ่งส่วนบุญ (ปัตติทานมัย) และการพลอยอนุโมทนาส่วนบุญ (อนุโมทนามัย) สงเคราะห์เข้าในทานมัย.

การแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) และการฟังธรรม (ธัมมัสสวนนัย) สงเคราะห์เข้าในภาวนามัย.

(ส่วน) ความเห็นตรง (ทิฏฐิชุกรรม) สงเคราะห์เข้าในบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๓ อย่าง.

เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุญกิริยาวัตถุเหล่านี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน? คือบุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยทาน ฯลฯ บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยภาวนา ดังนี้.

ก็ในอธิการนี้ บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๓ อย่างมีการเป็นไปด้วยอำนาจแห่งกุศลเจตนาที่เป็นกามาวจร ๘ ดวง. อุปมาเสมือนหนึ่งว่า เมื่อบุคคลแสดงธรรมที่คล่องแคล่วก็ไม่คำนึงถึงอนุสนธิเลย ธรรมบางหมวดก็ดำเนินไปได้ฉันใด เมื่อพระโยคาวจรประกอบเนืองๆ ซึ่งสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนาที่ช่ำชอง มนสิการด้วยจิตที่เป็นญาณวิปยุตก็เป็นไปได้ในระหว่างๆ (แต่) ทั้งหมดนั้นเป็นบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยเจตนาอย่างเดียว ด้วยสามารถแห่งกุศลเจตนาที่เป็นมหัคคตะ หาเป็นบุญกิริยาวัตถุนอกนี้ไม่ (ทานมัย สีลมัย).
เนื้อความแห่งพระคาถา ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลังทั้งนั้น.
…………..
ข้อความบางตอนใน อรรถกถาปุญญกิริยาวัตถุสูตรhttp://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=238
ดูเพิ่มใน ปุญญกิริยาวัตถุสูตร ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=175