คาพาลมี ๒ ประเภท
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

…..ภิกษุทั้งหลาย คนพาลมี ๒ ประเภท. ๒ ประเภท มีอะไรบ้าง ? คือ
…..(๑) คนที่ไม่เห็นโทษโดยความเป็นโทษ
…..(๒) คนที่เมื่อผู้อื่นชี้โทษ ก็ไม่ยอมรับตามธรรม
…..ภิกษุทั้งหลาย คนเหล่านี้แล ชื่อว่า คนพาล ๒ ประเภท
———————
อธิบายเพิ่มเติมคำว่า “คนพาล”
ตามคัมภีร์มังคลัตถทีปนี

…..พึงทราบว่า “คนพาล.” จริงอยู่ คนเหล่านั้น แม้ทั้งหมด ท่านเรียกว่า คนพาล เพราะไม่เป็นอยู่ด้วยความเป็นอยู่ด้วยปัญญา เป็นอยู่ด้วยอาการสักว่าหายใจ.
…ด้วยเหตุนั้น ในอรรถกถา (ปรมัตถโชติกา ขุททกปาฐวัณณนา) ท่านจึงกล่าวว่า “ชนเหล่าใด เป็นอยู่ อธิบายว่า ดํารงชีพอยู่ด้วยอาการสักว่าลมหายใจเข้าออก หาใช่เป็นอยู่ด้วยปัญญาอันประเสริฐไม่ เหตุนั้น ชนเหล่านั้น จึงชื่อว่า พาล.”
…..แม้ในสัททนีติปกรณ์ ท่านก็กล่าวไว้ว่า “พล ธาตุ เป็นไปในอรรถว่าปราณ. ปราณ ก็คือความเป็นอยู่และการหายใจ; ผู้ใด ย่อมเป็นอยู่ คือยังหายในเข้าและหายใจเข้าออกอยู่ มีคําที่ท่านกล่าวไว้ว่า ดํารงชีพอยู่ด้วยอาการสักว่าหายใจเข้าออก หาเป็นอยู่ด้วยปัญญาอันประเสริฐไม่ เหตุนั้น จึงชื่อว่า พาล”

[ลักษณะคนพาล]

…..ส่วนลักษณะคนพาล พึงทราบด้วยอํานาจทุจริตมีความคิดเรื่องที่คิดชั่วเป็นต้น. จริงอยู คนพาล แม้เมื่อคิด ย่อมคิดแต่เรื่องที่คิดชั่ว ด้วยอํานาจอภิชฌา พยาบาล และมิจฉาทิฏฐิ ถ่ายเดียว, แม้เมื่อพูด ก็พูดจําเพาะแต่คําที่พูดชั่ว ต่างโดยวจีทุจริต มีมุสวาทเป็นต้น, แม้เมื่อทํา ก็ทําจําเพาะแต่กรรมที่ทําชั่ว ด้วยสามารถกายทุจริต มีปาณาติบาตเป็นต้น. ด้วยเหตุนั้น ทุจริตทั้งหลายมีความคิดเรื่องที่คิดชั่วเป็นต้นของเขา ท่านจึงเรียกว่า พาลลกษณะ เพราะคนพาลเป็นเหตุอันบุคคลกําหนด คือรู้กันได้, เรียกว่าพาลนิมิต เพราะเป็นเหตุแห่งการหมายรู้คนพาล, และเรียกว่าพาลาปทาน เพราะคนพาลประพฤติไม่ขาด. ด้วยเหตุนั้น ในพาลบัณฑิตสูตร ในอุปริปัณณาสกะ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
…..”ภิกษุทั้งหลาย พาลลักษณะ พาลนิมิต พาลาปทานของคนพาล ๓ ประการเหล่านี้. ๓ ประการอะไรบ้าง ? ภิกษุทั้งหลาย คนพาลในโลกน ี้ย่อมเป็นผู้คิดแต่เรื่องที่คิดชั่ว พูดแต่คําที่พูดชั่ว ทําแต่กรรมที่ทําชั่ว.”
———————–
มังคลัตถทีปนีแปล เล่ม ๑ หน้า ๒๐-๒๑ ฉบับ มมร.
———————–
จิรํ ติฏฺฐตุ สทฺธมฺโม.
ขอพระสัทธรรมจงดำรงอยู่ยืนนาน