ตั้งร่างกายส่วนบนให้ตรง คือให้กระดูกสันหลัง ๑๘ ท่อน จดที่สุดต่อที่สุด.
**************************************
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า มีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑
วิ.มหา.(ไทย) ๑/๑๖๕/๑๓๗ มจร. http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/m_siri.php?B=1&siri=22
…………………
อรรถกถาอธิบายมีข้อความบางตอนว่า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปลฺลงฺกํ ได้แก่ การนั่งพับชาทั้ง ๒ โดยรอบ (คือนั่งขัดสมาธิ).
บทว่า อาภุชิตฺวา แปลว่า คู้เข้าไว้.
ข้อว่า อุชุํ กายํ ปณิธาย มีความว่า ตั้งร่างกายส่วนบนให้ตรง คือให้กระดูกสันหลัง ๑๘ ท่อน จดที่สุดต่อที่สุด.
จริงอยู่ เมื่อภิกษุนั่งด้วยอาการอย่างนั้นแล้ว หนัง เนื้อ และเส้นเอ็น ย่อมไม่หงิกงอ.
เวลานั้น เวทนาทั้งหลายที่จะพึงเกิดขึ้นแก่เธอในขณะ ๆ เพราะความหงิกงอแห่งหนัง เนื้อ และเอ็นเหล่านั้นเป็นปัจจัยนั่นแล ย่อมไม่เกิดขึ้น. เมื่อเวทนาเหล่านั้นไม่เกิดขึ้น จิตก็มีอารมณ์เป็นอันเดียว, กรรมฐานไม่ตกไป ย่อมเข้าถึงความเจริญรุ่งเรือง.
ข้อว่า ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา มีความว่า ตั้งสติมุ่งหน้าต่อกรรมฐาน.
อีกอย่างหนึ่ง ก็ในคำว่า ปริมุขํ สตึ ปุปฏฺฐเปตฺวา นี้ พึงเห็นใจความตามนัยดังที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรกล่าวไว้ในปฏิสัมภิทานั้นแลอย่างนี้ว่า
ศัพท์ว่า ปริ มีความกำหนดถือเอาเป็นอรรถ,
ศัพท์ว่า มุขํ มีความนำออกเป็นอรรถ,
ศัพท์ว่า สติ มีความเข้าไปตั้งไว้เป็นอรรถ.
เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตั้งสติไว้เฉพาะหน้า.
ในบทว่า ปริมุขํ สตึ นั้นมีความย่อดังนี้ว่า ทำสติเป็นเครื่องนำออกที่ตนกำหนดถือเอาแล้ว.

ตติยปาราชิกวรรณนา อรรถกถามหาวิภังค์
วิ.มหา.อ.(ไทย) ๒/๓๓๗-๓๓๘ มมร.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=1&i=176