ว่าด้วยศีลและวัตร

คำว่า พึงมีศีลและวัตรอย่างไร อธิบายว่า พระสารีบุตรเถระถามถึงความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรว่า ภิกษุพึงประกอบด้วยศีลและวัตรเช่นไร คือตั้งไว้อย่างไร มีประการอย่างไร เปรียบเทียบได้กับอะไร ความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรเป็นอย่างไร เป็นศีลและวัตรก็มี เป็นวัตรแต่ไม่ใช่ศีลก็มี

เป็นศีลและวัตร เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวมด้วยการสังวรในพระปาติโมกข์ สมบูรณ์ด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ความสำรวม ความสังวร การไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทเหล่านั้น นี้ชื่อว่าศีล การสมาทาน ชื่อว่าวัตร ชื่อว่าศีล เพราะมีความหมายว่า สังวร ชื่อว่าวัตร เพราะมีความหมายว่าสมาทาน นี้เรียกว่า ศีลและวัตร

เป็นวัตรแต่ไม่ใช่ศีล เป็นอย่างไร

คือ ธุดงค์ ๘ ข้อ ได้แก่
๑. อารัญญิกังคธุดงค์
๒. ปิณฑปาติกังคธุดงค์
๓. ปังสุกูลิกังคธุดงค์
๔. เตจีวริกังคธุดงค์
๕. สปทานจาริกังคธุดงค์
๖. ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์
๗. เนสัชชิกังคธุดงค์
๘. ยถาสันถติกังคธุดงค์

นี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

แม้การสมาทานความเพียร ก็เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า เนื้อและเลือดในร่างกายจงเหือดแห้งไป จะเหลืออยู่แต่หนังเอ็นกระดูกก็ตามทีเถิด ผลใดพึงบรรลุได้ด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยกำลังของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษ (ถ้า) ไม่บรรลุผลนั้นแล้วก็จักไม่หยุด ความเพียร แม้การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า “เมื่อเรายังถอนลูกศรคือตัณหาขึ้นไม่ได้ เราจะไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ออกไปจากวิหาร ทั้งจะไม่เอนกายนอน” การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า ตราบใดที่จิตของเรายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่น ตราบนั้นเราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้เลย แม้การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า ตราบใดที่จิตของเรายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่น ตราบนั้นเราก็จักไม่ลุกจากที่นั่ง… ไม่ลงจากลานจงกรม…ไม่ออกจากวิหาร… ไม่ออกจากเรือนหลังคาด้านเดียว… ไม่ออกจากปราสาท…
ไม่ออกจากเรือนโล้น… ไม่ออกจากถ้ำ… ไม่ออกจากที่หลีกเร้น… ไม่ออกจากกุฎี…ไม่ออกจากเรือนยอด… ไม่ออกจากป้อม… ไม่ออกจากโรงกลม… ไม่ออกจากเรือนที่มีเครื่องกั้น… ไม่ออกจากศาลาที่บำรุง… ไม่ออกจากมณฑป… ไม่ออกจากโคนไม้นี้ แม้การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า เราจักนำมา นำมาด้วยดี บรรลุ สัมผัส ทำให้แจ้งซึ่งอริยธรรม เช้าวันนี้เอง แม้การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตร ไม่ใช่ศีล

ภิกษุประคองจิตมุ่งมั่นว่า เราจักนำมา นำมาด้วยดี บรรลุ สัมผัส ทำให้แจ้งซึ่งอริยธรรมในเที่ยงนี้… เย็นนี้… ก่อนภัต… หลังภัต… ปฐมยาม…มัชฌิมยาม…ปัจฉิมยาม… ข้างแรม… ข้างขึ้น… ฤดูฝน… ฤดูหนาว… ฤดูร้อน… ปฐมวัย…มัชฌิมวัย… ปัจฉิมวัย แม้การสมาทานความเพียรอย่างนี้เรียกว่า วัตรไม่ใช่ศีล

นี้ชื่อว่าความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตร ภิกษุพึงเป็นผู้ประกอบด้วยความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรเช่นนี้ รวมความว่า พึงมีศีลและวัตรอย่างไร
………..
ข้อความบางตอนใน สารีปุตตสุตตนิทเทส ขุททกนิกาย มหานิทเทส พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๙
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=29&siri=16