อริยสีลขันธ์ที่ท่านพระโคดมตรัสสรรเสริญและทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่เป็นอย่างไร ๑. ได้สดับธรรมแล้วเกิดศรัทธาในพระตถาคต ๒. ตระหนักรู้ถึงโทษของการอยู่ครองเรือนและคุณของการออกจากเรือน ๓. ตัดสินใจบวชเป็นบรรพชิต ๔. เมื่อบวชแล้ว สำรวมด้วยการสังวรในพระปาติโมกข์ ๕. เพียบพร้อมด้วยมารยาทและโคจร ๖. เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย ๗. สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท ๘. ประกอบด้วยกายกรรมและวจีกรรมอันเป็นกุศล ๙. มีอาชีวะบริสุทธิ์ ๑๐. สมบูรณ์ด้วยศีล ๑๑. คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑๒. สมบูรณ์ด้วยสติสัมปชัญญะ ๑๓. เป็นผู้สันโดษ
*************************
ดังมีข้อความบางตอนว่า
[๔๕๐] เขาถามว่า “อริยสีลขันธ์ที่ท่านพระโคดมตรัสสรรเสริญและทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่เป็นอย่างไร ท่านอานนท์”

ท่านพระอานนท์ตอบว่า “มาณพ พระตถาคตเสด็จอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ฯลฯ พระองค์ทรงรู้แจ้งโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก ฯลฯ ทรงประกาศพรหมจรรย์
พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน

คหบดี บุตรคหบดีหรืออนุชน(คนผู้เกิดภายหลัง)ในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ได้สดับธรรมนั้นแล้วเกิดศรัทธาในพระตถาคต

เมื่อมีศรัทธาย่อมตระหนักว่า ‘การอยู่ครองเรือนเป็นเรื่องอึดอัด เป็นทางแห่งธุลี การบวชเป็นทางปลอดโปร่ง การที่ผู้ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยสิ้นเชิงดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่าย ทางที่ดี เราควรโกนผมและหนวดนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกจากเรือนไปบวชเป็นบรรพชิต’ ต่อมาเขาละทิ้งกองโภคสมบัติน้อยใหญ่และเครือญาติน้อยใหญ่ โกนผมและหนวดนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกจากเรือนไปบวชเป็นบรรพชิต

เมื่อบวชแล้วอย่างนี้ สำรวมด้วยการสังวรในพระปาติโมกข์ เพียบพร้อมด้วยมารยาทและโคจร(การเที่ยวไป) เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท ประกอบด้วยกายกรรมและวจีกรรมอันเป็นกุศล มีอาชีวะบริสุทธิ์ สมบูรณ์ด้วยศีล คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย สมบูรณ์ด้วยสติสัมปชัญญะ(และ) เป็นผู้สันโดษ

***************
สุภสูตร เป็นการสนทนาระหว่างท่านพระอานนท์กับสุภมาณพ ช่วงเวลาหลังจากพระผู้มีพระภาคปรินิพพานไปแล้วไม่นาน

สุภมาณพ เรียนถามท่านพระอานนท์ว่า พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญธรรมอะไร ทรงชักชวนให้ประชาชนตั้งมั่นอยู่ในธรรมอะไร ท่านพระอานนท์ตอบว่าทรงสรรเสริญขันธ์ ๓ และทรงชักชวนให้ประชาชนตั้งมั่นอยู่ในขันธ์ ๓

สุภมาณพเรียนถามว่าขันธ์ ๓ คืออะไร ท่านพระอานนท์ตอบว่าขันธ์ ๓ คือ สีลขันธ์ (กองศีล) สมาธิขันธ์ (กองสมาธิ) และปัญญาขันธ์ (กองปัญญา) และอธิบายความอย่างเดียวกับ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ดังปรากฏในสามัญญผลสูตรทุกประการ

ดูรายละเอียดใน สุภสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=9&siri=10

และอรรถกถาสุภสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=9&i=314