สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
องค์ธรรมของทุกขอริยสัจจ์ นัยปริยัติ ก็คือ กามจิต 81 เจตสิกที่ประกอบ 51 (เว้นโลภะ ในฐานะเป็นสมุทัยอริยสัจจ์) และรูป 28 รวมเป็นทุกขอริยสัจจ์ 160 หรือ ที่ทรงจำแนกเป็นวิปัสสนาภูมิ 6 นั่นเอง หรือ ที่ทรงกล่าวโดยสรุปว่า ” สงฺขิเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกขา ” แปลว่า ” โดยสรุป อุปาทานขันธ์ เป็นทุกข์นั่นแล ” (สํ. มหา. 19/519) และก็ทรงกล่าวกำชับว่า ทุกข์ มี 3 อย่าง ดังนี้ ” ติสโส อิมา ภิกฺเว ทุกฺกตา. กตมา ติสฺ โส ทุกฺขทุกฺขตา สงฺขารทุกฺขตา วิปริณามทุกฺขตา. ” แปลว่า ” ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นทุกข์มี 3 อย่างเหล่านี้ ความเป็นทุกข์ 3 อย่างอะไรบ้าง? ได้แก่ ความเป็นทุกขทุกข์ ความเป็นสังขารทุกข์ ความเป็นวิปริณามทุกข์ นั่นแล.”
  1. ทุกขทุกข์ แปลว่า ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สภาวทุกข์ แปลว่า ทุกข์โดยสภาวะ เหตุเพราะมีสภาวะอันทนได้ยากนั่นแหละ องค์ธรรมก็คือทุกขเวทนาทั้งทางกายและทางใจ เป็นทุกข์ขณะตั้งอยู่ เป็นสุขขณะดับไป
  2. วิปริณามทุกข์ แปลว่า ทุกข์คือสภาพที่แปรปรวน เหตุเพราะมีแล้วกลับผันผวนตามสภาพที่แปรปรวนนั่นแหละ องค์ธรรมก็คือ สุขเวทนา ทั้งทางกายทางใจ เป็นสุขขณะตั้งอยู่ เป็นทุกข์ขณะดับไป
  3. สังขารทุกข์ แปลว่า ทุกข์ประจำสังขาร เป็นทุกข์แก่สัตว์ทั้งหลายเสมอหน้ากัน เหตุเพราะมีสภาพบีบคั้นจากความเกิดขึ้นดับไปของสังขารธรรมตามเหตุปัจจัยอยู่ตลอดเวลา องค์ธรรมก็คือ อทุกขมสุขเวทนาทั้งทางกายและทางใจ และสังขารธรรมที่เหลือ เป็นทุกข์ทุกขณะที่มีสังขารครองอยู่ เป็นไปอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ จึงเป็นทุกข์ที่ละเอียดเห็นได้ยาก สดุ้งสะเทือนต่อกิเลส เป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้นทุกข์ที่ผู้ปฏิบัติพึงเห็นจึงไม่ใช่ ทุกขทุกข์ หรือ วิปริณามทุกข์แน่นอน เพราะยังเป็นที่ตั้งที่ยินดี ยินร้ายได้ ทุกข์ 160 ทั้งหมด(นัยปริยัติ)ต้องเห็นโดยนัยปฏิบัติ คือ เห็น เป็นสังขารทุกข์เท่านั้น จึงจะสำรอกกิเลสได้ สมดังพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังมีขันธ์อยู่ ยังไม่ดับขันธปรินิพพานกล่าวว่า ตราบใดที่ขันธ์ยังไม่ดับ ยังเป็นไปอยู่ ตราบนั้น ก็ย่อมมีภาระ เหมือนมีซากศพเหม็นเน่าแขวนอยู่ที่คอนั่นแล

(นิสสยอักษรปัลลวะ อักษรสิงหล)