4.2  การรักษาศีล

      (174)  ศีลเป็นเบื้องต้น  เป็นที่ตั้ง  เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย  และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง  เพราะฉะนั้น  พึงชำระศีลให้บริสุทธิ์             สังวรศีลเป็นเครื่องกั้นความทุจริต   ทำจิตให้ร่าเริง  เป็นท่าที่หยั่งลงมหาสมุทร  คือนิพพาน.

      พึงชำระศีลให้บริสุทธิ์  ศีลเป็นกำลังหาเปรียบมิได้  เป็นอาวุธอย่างสูงสุด  เป็นอาภรณ์อันประเสริฐ  เป็นเกราะอันน่าอัศจรรย์  ศีลเป็นสะพาน  เป็นมหาอำนาจ  เป็นกลิ่นหอมอย่างยอดเยี่ยม  เป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐ  บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล  ย่อมหอมฟุ้งไปได้ทั่วทุกทิศ.

      ศีลเป็นกำลังอย่างเลิศ  เป็นเสบียงเดินทางชั้นเยี่ยม  เป็นพาหนะอันประเสริฐยิ่งนัก  เป็นเครื่องหอมฟุ้งไปทั่วทิศานุทิศ  คนพาลผู้มีจิตไม่ตั้งมั่นในศีล  ย่อมได้รับการนินทาในเวลาที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้  เมื่อตายไปแล้ว  ย่อมได้รับทุกข์โทมนัสในอบายภูมิ  ย่อมได้รับทุกข์โทมนัสในที่ทั่วไป.

      ศีลเท่านั้นเป็นยอด  และผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุดในโลกนี้  ความชนะในมนุษย์โลกและเทวโลก  ย่อมมีได้เพราะศีลและปัญญา.

(80.41/512-513 หรือ 45.26/352-353  สีลวเถรคาถา)

      (175)  อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้  เป็นผู้มีศีล  สำรวมระวังในพระปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยมรรยาทและโคจร  มีปรกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อย  สมาทานศึกษาอยู่ในสิขาบททั้งหลาย.

(80.19/35 หรือ 45.18/25  เสขปฏิปทาสูตร)

      (176)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ถ้าภิกษุพึงหวังว่า  เราพึงทำให้แจ้งซึ่ง  เจโตวิมุติ  เป็นปัญญาวิมุติ  อันหาอาสวะมิได้  เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป  ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่เถิด  ดังนี้.

      ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล  ประกอบธรรมเครื่องระงับจอตของตน  ไม่ทำญาณให้เหินห่าง  ประกอบด้วยวิปัสสนา  พอกพูนสูญญาคาร (ชอบอยู่ในสถานที่สงบ)

(80.17/74 หรือ 45.12/53  อากังเขยยสูตร)

      (177)  ภิกษุผู้ดำรงอยู่ในศีล  สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลาย  รู้ประมาณในโภชนะ  และย่อมประกอบเนืองๆ  ซึ่งความเพียรเครื่องตื่นอยู่  ภิกษุผู้มีปรกติพากเพียรอยู่อย่างนี้  ไม่เกียจคร้านตลอดวันและคืน  บำเพ็ญกุศล  ธรรมเพื่อถึงความเกษมจากโยคะ.

      ภิกษุผู้ยินดีในความไม่ประมาท  หรือมีปรกติเห็นภัยในความประมาท  เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความเสื่อม  ชื่อว่าประพฤติใกล้นิพพานทีเดียว.

 (80.32/68 หรือ 45.21/49-47  อปริหานิยวูตร)

      (178)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ทาน 5 ประการนี้  เป็นมหาทาน  อันบัณฑิตพึงรู้ว่าเป็นเลิศ  มีมานาน  เป็นเชื้อสายแห่งพระอริยะ  เป็นของเก่า  ไม่กระจัดกระจาย  ไม่เคยกระจัดกระจาย  อันบัณฑิตไม่รังเกียจ เป็นห้วงบุญห้วงกุศล  ทาน 5 ประการเป็นไฉน  คือ

                 1.  เป็นผู้ละปาณาติบาต  งดเว้นจากปาณาติบาต

                 2.  เป็นผู้ละอทินนาทาน  งดเว้นจากอทินนาทาน

                 3.  เป็นผู้ละกาเมสุมิฉาจาร  งดเว้นจากกาเมสุมิฉาจาร

                 4.  เป็นผู้ละมุสาวาท  งดเว้นจากมุสาวาท

                 5.  เป็นผู้ละการดื่มน้ำเมา  คือ  สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

(80.35/304-305 หรือ 45.23/220  ปุญญาภิสันทสูตร)

      (179)  ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย  โทษแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล 5 ประการ  คือ

                 1.  คนทุศีล  มีศีลวิบัติแล้วในโลกนี้  ย่อมเข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคะอย่างใหญ่อันมีความประมาทเป็นเหตุ

                 2.  เกียรติศัพท์อันชั่วของคนทุศีล  มีศีลวิบัติแล้วย่อมกระฉ่อนไป

                 3.  คนทุศีล  มีศีลวิบัติแล้ว  จะเข้าไปสู่บริษัทใดๆ คือ  ขัตติยบริษัท  พราหมณบริษัท  คฤหบดีบริษัท  หรือสมณบริษัท  ย่อมครั่นคร้ามเก้อเขิน

                 4.  คนทุศีล  มีศีลวิบัติแล้ว   ย่อมหลงกระทำกาละ

                 5.  คนทุศีล  มีศีลวิบัติแล้ว   เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกย่อมเข้าถึงอบาย  ทุคติ  วินิบาต  นรก

(80.15//126-127 หรือ 45.10/90-91  มหาปรินิพพานสูตร)