5.7  ความประมาท

      (479)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล  ผู้อนุเคราะห์เอื้อเอ็นดู  พึงกระทำแก่สาวก  กิจนั้นเรากระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย.  

        ดูกรภิกษุทั้งหลาย  นั่นโคนไม้  นั่นเรือนว่าง  ขอเธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ  อย่าประมาท  อย่าต้องเป็นผู้เดือดร้อนใจในภายหลังเลย  นี้คืออนุศาสนีของเราสำหรับเธอทั้งหลาย.

(80.35/174 หรือ 45.23/125  อรกานุศาสนีสูตร)

      (480)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้  เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่า  สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา  เธอทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิดดังนี้  นี้เป็นวาจาครั้งสุดท้ายของตถาคต.

(80.24/316 หรือ 45.15/220  ปรินิพพานสูตร)

      (481)  ภิกษุทั้งหลาย  นั่นโคนไม้  นั่นเรือนว่าง  ขอเธอทั้งหลายจงเพ่ง  อย่าประมาทเลย  อย่ามีความเดือดร้อนใจในภายหลัง.

(80.36/502 หรือ 45.23/360  เทวตาสูตร)

      (482)  ภิกษุยังไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ  อย่าถึงความชะล่าใจด้วยเหตุเพียงศีลและวัตร  ด้วยความเป็นพหูสูต  ด้วยการได้สมาธิ  ด้วยการนอนในที่สงัด  หรือด้วยเหตุเพียงความดำริเท่านี้ว่า  เราถูกต้องสุขอันเกิดแต่เนกขัมมะ  ซึ่งปุถุชนเสพไม่ได้.

(80.38/66 หรือ 45.25/52  คาถาธรรมบท)

      (483)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย   เธอจงเพ่ง  และอย่าประมาท  จิตของเธออย่าหมุนไปในกามคุณ  เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนกินก้อนโลหะ  อย่าถูกไฟเผาคร่ำครวญว่า  นี้ทุกข์.

(80.38/85 หรือ 45.25/54  คาถาธรรมบท)

      (484)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย  พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท  มีสติมีศีลอันดีเถิด  จงเป็นผู้มีความดำริตั้งมั่นดีแล้ว  ตามรักษาจิตของตนเถิด  ผู้ใดจักเป็นผู้ไม่ประมาท  อยู่ในธรรมวินัยนี้  ผู้นั้นละชาติสงสาร  แล้วกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้  ดังนี้.

(80.15/166 หรือ 45.10/120  มหาปรินิพพานสูตร)

      (485)  พรหมจรรย์อันเรากล่าวดีแล้ว  อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นเอง  ไม่ประกอบด้วยกาล  เป็นเหตุทำให้บรรพชาของผู้ไม่ประมาท  ศึกษาอยู่  ไม่เป็นโมฆะ.

(80.20/636-637 หรือ 45.13/454  เสลสูตร  พระผู้มรพระภาคตรัสกับเสลพราหมณ์)

      (486)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย  กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งทั้งหมด  มีความไม่ประมาทเป็นมูล  ประชุมลงในความไม่ประมาท  ความไม่ประมาท  บัณฑิตกล่าวว่า  เป็นยอดของกุศลธรรมเหล่านั้น.

(80.37/35 หรือ 45.24/25  อัปปมาทสูตร)

      (487)   ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด  เกิดขึ้น  หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นและเสื่อมไป เหมือนความประมาท.

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เมื่อบุคคลประมาทแล้ว  อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด  ย่อมเกิดขึ้น  และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว  ย่อมเสื่อมไป.

(80.31/14 หรือ 45.20/10  บาลีแห่งเอกธรรม)

      (488)  ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเกิด  พรหมจรรย์เรากล่าวดีแล้ว  อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง  ไม่ประกอบด้วยกาล  เพราะการบวชในศาสนานี้  ไม่ไร้ผลแก่บุคคลผู้ไม่ประมาทศึกษาอยู่.

(80.41/557 หรือ 45.26/382  เสลเถรคาถา)

      (489)  ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท  จงตามรักษาจิตของตน  จงถอนตนขึ้นจากหล่ม คือ กิเลสที่ถอนได้ยาก  ดุจกุญชรผู้จมแล้วเปียกตม  ถอนตนขึ้นได้  ฉะนั้น.

(80.38/76 หรือ 45.25/49  คาถาธรรมบท)

      (490)  ดูกรปิงคิยะ  ชนทั้งหลายได้เห็นเหล่าสัตว์ผู้เดือดร้อนอยู่เพราะรูปทั้งหลายแล้ว  ยังเป็นผู้ประมาท  ก็ย่อยยับเพราะรูปทั้งหลาย.

       ดูกรปิงคิยะ  เพราะเหตุนั้น  ท่านจงเป็นคนไม่ประมาท  ละรูปเสีย  เพื่อความไม่เกิดอีก.

       ดูกรปิงคิยะ  เมื่อท่านเห็นหมู่มนุษย์ผู้ถูกตัณหาครอบงำแล้ว  เกิดความเดือดร้อนอันชราถึงรอบข้าง  เพราะเหตุนั้น  ท่านจงเป็นคนไม่ประมาท  ละตัณหาเสีย  เพื่อความไม่เกิดอีก.

(80.39/744-745 หรือ 45.25/493  ปิงคิยปัญหา)

      (491)  บุคคลผู้ไม่พยาบาท  มีสติในการทุกเมื่อ  มีจิตตั้งมั่นในภายใน  ศึกษาในความกำจัดอภิชฌาอยู่  เราเรียกว่าเป็นผู้ไม่ประมาท.

(80.38/52 หรือ 45.21/36  ปริพชกสูตร)

      (492)  ผู้มีปัญญาดี  เมื่อสัตว์ทั้งหลายประมาทแล้ว  ย่อมไม่ประมาท  เมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับ  ย่อมตื่นอยู่โดยมาก  ย่อมละบุคคลเห็นปานนั้นไป  ประดุจม้ามีกำลังเร็วละม้าไม่มีกำลังไป  ฉะนั้น.

(80.38/24 หรือ 45.25/16  คาถาธรรมบท)

      (493)  กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง  ทั้งหมดนั้น  มีความไม่ประมาท  เป็นมูลรวมลงในความไม่ประมาท  ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่า  กุศลธรรมเหล่านั้น.

(80.29/88 หรือ 45.19/67  ตถาคตสูตร)

      (494)  ท่านจงอย่าประมาท  อย่าเกียจคร้าน  ทั้งกลางคืนและกลางวัน  จงอบรมกุศลธรรมให้เกิดขึ้น  จงละฉันทราคะในอัตภาพเสียโดยเร็วพลันเถิด.

(80.41/392 หรือ 45.26/268  สีหเถรคาถา)

      (495)  ดูกรพราหมณ์  ธรรมข้อหนึ่งซึ่งเจริญแล้ว  ทำให้มากแล้วย่อมยึดถือประโยชน์ทั้ง 2 ไว้ได้  คือ  ประโยชน์ในปัจจุบัน  และประโยชน์ในสัมปรายภพ  คือ  ความไม่ประมาท.

(80.34/545 หรือ 45.22/377  อัปปมาทสูตร)

      (496)  ก็ผู้ใด  เมื่อก่อนประมาท  ภายหลัง  ผู้นั้นไม่ประมาท  เราย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง  ดังดวงจันทร์ซึ่งพ้นแล้วจากเมฆ  ฉะนั้น.

(80.20/549 หรือ 45.13/396  อังคุลิมาลสูตร)

      (497)  คนพาลผู้มีปัญญาทราม  ย่อมประกอบตามความประมาท  ส่วนนักปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้  เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด  ฉะนั้น.

      ท่านทั้งหลายอย่าประกอบตามความประมาท  อย่าประกอบความสนิทสนมด้วยความยินดีในกาม  เพราะว่าผู้ไม่ประมาทเพ่งพินิจอยู่  ย่อมถึงความสุขอันไพบูลย์.

(80.41/566 หรือ 45.26/387  อังคุลิมาลเถรคาถา)

      (498)  พวกชนที่เป็นพาลทรามปัญญา  ย่อมประกอบตามซึ่งความประมาท  ส่วนนักปราชญ์ทั้งหลาย  ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้  เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ  ฉะนั้น.

            ท่านทั้งหลายจงอย่าประกอบตามซึ่งความประมาท  อย่าประกอบตามความชิดชมด้วยสามารถความยินดีในกาม  เพราะว่าผู้ไม่ประมาทแล้ว  เพ่งอยู่  ย่อมถึงความสุขอันไพบูลย์.

(80.20/551 หรือ 45.23/397  อังคุลิมาลสูตร)

      (499)  ความประมาทเป็นดุจธุลี  ธุลิเกิดขึ้นเพราะความประมาท  ท่านทั้งหลายพึงถอนลูกศรอันเสียบอยู่ในหทัยของตน  ด้วยความไม่ประมาท  และด้วยวิชชาเถิด.

(80.41/470 หรือ 45.26/324  มาลุงกยปุตตเถรคาถา)

      (500)  ความประมาทเป็นดุจธุลี  ตกต้องแล้วเพราะมัวเมาในปฐมวัย  นอกนี้ความประมาทเป็นดุจธุลี  ตกต้องแล้วเพราะความมัวเมาในวัย.

      เพราะฉะนั้น  กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิต  พึงถอนลูกศร  คือ  กิเลส  มีราคะเป็นต้นของตนเสีย  ด้วยความไม่ประมาทและด้วยวิชชา.

(80.39/538 หรือ 45.25/354  อุฏฐานสูตร)

      (501)  ยศย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีความหมั่น  มีสติ  มีการงานอันสะอาด  ผู้ใคร่ครวญแล้วจึงทำ  ผู้สำรวมระวัง  ผู้เป็นอยู่โดยธรรม  และผู้ไม่ประมาท.

      ชนทั้งหลายผู้เป็นพาลมีปัญญาทราม  ย่อมประกอบตามความประมาท  ส่วนนักปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาท  เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด.

(80.38/23-24 หรือ 45.25/16  คาถาธรรมบท)

      (502)  ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย  ชนผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย  ชนเหล่าใดประมาทแล้ว  ย่อมเหมือนคนตายแล้ว  บัณฑิตทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท  ทราบเหตุนั่นโดยความแปลกกันแล้ว  ย่อมบันเทิงในความไม่ประมาท  ยินดีแล้วในธรรมอันเป็นโคจรของพระอริยเจ้าทั้งหลาย.

(80.28/23 หรือ 45.25/15  คาถาธรรมบท)

      (503)  ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย  ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย  ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย  คนประมาทเป็นเหมือนคนตายแล้ว  เพราะมัวเมาจึงเกิดความประมาท  เพราะความประมาทจึงเกิดความเสื่อม  เพราะความเสื่อมจึงเกิดโทษ.

(80.43/758 หรือ 45.27/478  ภัณธุติณทุกชาดก)

      (504)  สัตว์เหล่าใดได้โภคทรัพย์ยิ่ง ๆ แล้ว  ย่อมไม่มัวเมา  ไม่ประมาท  ไม่ถึงความติดอยู่ในกามคุณ  และไม่ประพฤติผิดในสัตว์ทั้งหลาย  สัตว์เหล่านั้นมีจำนวนน้อยในโลก.

      ส่วนว่าสัตว์เหล่าใดได้โภคทรัพย์ยิ่ง ๆ แล้ว  ย่อมมัวเมา  ประมาทถึงความติดอยู่ในกามคุณ  และประพฤติผิดในสัตว์ทั้งหลาย  สัตว์เหล่านั้น  แลมีจำนวนมากมายในโลก.

(80.23/145 หรือ 45.15/105  อัปปกสูตร)

     (505)  พวกชนพาลผู้มีปัญญาทราม  ย่อมตามประกอบความประมาท  ส่วนนักปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาท  เหมือนบุคคลรักษาทรัพย์อันประเสริฐ

      บุคคลอย่าตามประกอบความประมาท  และอย่าตามประกอบความสนิทสนมด้วยอำนาจความยินดีทางกาม  เพราะว่าบุคคลไม่ประมาทแล้ว  เพ่งพินิจดู ย่อมบรรลุบรมสุข.

(80.23/47 หรือ 45.15/115  สัทธาสูตร)

      (506)  สิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจ  สิ่งที่ไม่เป็นที่รัก  สิ่งที่เป็นทุกข์  ย่อมครอบงำผู้ประมาทด้วยสิ่งเป็นที่พอใจ  สิ่งเป็นที่รัก  และสิ่งที่เป็นสุข.

(80.42/41 หรือ 45.27/31  อสาตรูปชาดก)

เรื่องในหมวดเดียวกัน