2.3  ภัยของภิกษุ

      (89)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ภัย 4 อย่างนี้  เมื่อบุคคลกำลังลงน้ำ พึงหวังได้  คือ  ภัยเพราะคลื่น   ภัยเพราะจรเข้  ภัยเพราะน้ำวน  ภัยเพราะปลาร้าย.

      ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ภัย 4 อย่างนี้  ก็ฉันนั้น  เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้  ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้  พึงหวังได้  ภัย 4 อย่างเป็นไฉน  คือ.

      (1)  ภัยเพราะคลื่น  เป็นชื่อของความคับใจด้วยสามารถความโกรธ

      (2)  ภัยเพราะจรเข้  เป็นชื่อของความเป็นผู้เห็นแก่ท้อง

      (3)  ภัยเพราะน้ำวน  เป็นชื่อของกามคุณห้า

      (4)  ภัยเพราะปลาร้าย  เป็นชื่อของมาตุคาม

(80.19/237-240 หรือ 45.13/172-175  จาตุมสูตร)

      (90)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ภัยในอนาคต 5 ประการนี้  ยังไม่บังเกิดในปัจจุบัน  แต่จักเกิดในกาลต่อไป  ภัยเหล่านั้น  เธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ  ครั้นแล้ว พึงพยายามเพื่อละภัยเหล่านั้น  ภัยในอนาคต 5 ประการเป็นไฉน  คือ.

      ในอนาคต  ภิกษุทั้งหลายจักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  จักให้อุปสมบทกุลบุตรเหล่าอื่น  จักไม่สามารถแนะนำ  แม้กุลบุตรเหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  อธิปัญญา  แม้กุลบุตรเหล่านั้น  ก็จักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  ก็จักให้อุปสมบทกุลบุตรเหล่าอื่น  จะไม่สามารถแนะนำแม้กุลบุตรเหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  อธิปัญญา  แม้กุลบุตรเหล่านั้น  ก็จักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เพราะเหตุดังนี้แล  การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม  การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย”   ภัยในอนาคตข้อที่ 1 นี้  ซึ่งยังไม่บังเกิดในบัดนี้  แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป  ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ ครั้นแล้วพึงพยายามเพื่อละภัยนั้น.

      อีกประการหนึ่ง  ในอนาคต  ภิกษุทั้งหลาย  จักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  จักให้นิสัยแก่กุลบุตรเหล่าอื่น  จักไม่สามารถแนะนำแม้กุลบุตรเหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  อธิปัญญา  แม้กุลบุตรเหล่านั้น  ก็จักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  ก็จักให้นิสัยแก่กุลบุตรเหล่าอื่น  จักไม่สามารถแนะนำ  แม้กุลบุตรเหล่านั้นในอธิศีล  อธิจิต  อธิปัญญา  แม้กุลบุตรเหล่านั้น  ก็จักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญาเพราะเหตุดังนี้แล การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม  การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย”  ภัยในอนาคตข้อที่ 2 นี้   ซึ่งยังไม่เกิดในบัดนี้  แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป  ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ  ครั้นแล้วพึงพยายามเพื่อละภัยนั้น.

      อีกประการหนึ่ง  ในอนาคต  ภิกษุทั้งหลายจักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อแสดงอภิธรรมกถา  เวทัลลกถา  หยั่งลงสู่ธรรมที่ผิดก็จะไม่รู้สึก  เพราะเหตุดังนี้แล  การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม  การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย”  ภัยในอนาคตข้อที่ 3 นี้  ซึ่งยังไม่บังเกิดในบัดนี้  แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป  ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ   ครั้นแล้วพึงพยายามเพื่อละภัยนั้น.

      อีกประการหนึ่ง  ในอนาคต  ภิกษุทั้งหลายจักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  พระสูตรต่างๆที่ตถาคตได้ภาษิตไว้  เป็นสูตรลึกซึ้ง  มีอรรถรสซึ้ง  เป็นโลกุตระ ประกอบด้วยสูญญตาธรรม  เมื่อพระสูตรเหล่านั้นอันบุคคลแสดงอยู่ก็จักไม่ฟังด้วยดี  จักไม่เงี่ยโสตลงสดับ  จักไม่ตั้งจิตเพื่อรู้  จักไม่ใฝ่ในธรรมเหล่านั้นว่าควรศึกษาเล่าเรียน  แต่ว่าสูตรต่างๆที่นักกวีแต่งไว้  ประพันธ์เป็นบทกวีมีอักษรสละสลวย  มีพยัญชนะสละสลวย  เป็นพาหิรกถา  เป็นสาวกภาษิต  เมื่อพระสูตรหล่านั้นอันบุคคลแสดงอยู่  ก็จักฟังด้วยดี  เงี่ยโสตลงสดับ  จักตั้งจิตเพื่อรู้  จักฝักใฝ่ในธรรมเหล่านั้นว่าควรศึกษาเล่าเรียน  เพราะเหตุดังนี้แล  การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม  การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย”  ภัยในอนาคตข้อที่ 4 นี้  ซึ่งยังไม่บังเกิดในบัดนี้  แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป  ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ   ครั้นแล้วพึงพยายามเพื่อละภัยนั้น.

      อีกประการหนึ่ง  ในอนาคต  ภิกษุทั้งหลายจักไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  เมื่อไม่อบรมกาย  ไม่อบรมศีล  ไม่อบรมจิต  ไม่อบรมปัญญา  ภิกษุผู้เถระก็จักเป็นผู้มักมาก  มีความประพฤติย่อหย่อน  เป็นหัวหน้าในความล่วงละเมิด  ทอดธุระในความสงัด  จักไม่ปรารภความเพียร  เพื่อถึงธรรที่ยังไม่ถึง  เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ  เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง  ประชุมชนรุ่นหลังก็จักถือเอาภิกษุเหล่านั้นเป็นตัวอย่าง  แม้ประชุมชนนั้นก็จักเป็นผู้มักมาก  มีความประพฤติย่อหย่อน  เป็นหัวหน้าในความ  ล่วงละเมิด  ทอดธุระในความสงัด  จักไม่ปรารภความเพียร  เพื่อถึงธรรที่ยังไม่ถึง  เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง  เพราะเหตุดังนี้แล  การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม  การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย”  ภัยในอนาคตข้อที่ 5 นี้  ซึ่งยังไม่บังเกิดในบัดนี้  แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป  ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ   ครั้นแล้วพึงพยายามเพื่อละภัยนั้น.

(80.33/148-152 หรือ 45.22/104-106  อนาคตสูตร)