จะนำท่านผู้ชมไปเยือนดินแดน แห่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ไปชมสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากแรงศรัทธา ในพุทธศาสนา ศาสนาฮินดู และศาสนาเชน นั่นคือ ถ้ำเอลโลร่า เดินทางออกจากเมือง ออรังคบัค เพื่อไปเยือนถ้ำเอลโลร่า ซึ่งเป็นถ้ำของ 3 ศาสนาอยู่ร่วมกัน ความยิ่งใหญ่ อลังการของถ้ำเอลโลร่า มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรม ที่ขุดเจาะภูเขาลงมาเบื้องล่าง เพื่อสร้างเป็นเทวาลัย เทวสถาน การขุดเจาะภูเขาคลุมบริเวณพื้นที่ถึง 3 กิโลเมตร มีถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ เป็นถ้ำศาสนาพุทธ 12 ถ้ำ ถ้ำศาสนาฮินดู 17 ถ้ำ และถ้ำเชน ซึ่งมีศาสดาคือ มหาวีระ อยู่ 5 ถ้ำ

source :- somnuek khemacheva

อชันตา เป็นชื่อหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้ถ้ำนั้น ห่างจากเมืองออรังกบาดไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 104 กม. เป็นสถานที่มีการขุดเจาะภูเขาเข้าไปเป็นถ้ำ เรียงกันถึง 30 ถ้ำ สำหรับถ้ำเหล่านนี้ใช้เป็นห้องโถงสำหรับสวดมนต์ และประกอบศาสนกิจ รวมถึงเป็นที่พำนักพระสงฆ์ จะเรียกว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาก็ว่าได้ • ถ้ำอชันตานี้มีเกิดมาตั้งแต่ พ.ศ.350 เดิมทีนั้นสร้างโดยพระสงฆ์นิกายหินยาน และช่างแกะสลักส่วนใหญ่ก็เป็นชาวฮินดูในวรรณะต่ำที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ แล้วก็มาทำการแกะภูเขาสร้าถ้ำขึ้นมา ต่อมาพระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงเริ่มเข้ามา และไปผสมผสานภายหลัง มีผู้สันนิษฐานว่าพระสงฆ์เลือกถ้ำแห่งนี้เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สงบเงียบ และหินที่ภูเขาก็เป็นหินแบบไม่แข็งจนเกินไป รวมทั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางส่งสินค้าของชาวอาหรับโบราณมากนัก • หลังจากกองทัพมุสลิมเข้ามายึดครองอินเดีย ถ้ำอชันตาก็หายไปจากความทรงจำของผู้คน ต่อมาใน ค.ศ.1819 นายทหารอังกฤษชื่อนายจอห์น สมิธ ได้ออกล่าสัตว์ในเขตนั้น และพบถ้ำดังกล่าว เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะไม่นึกไม่ฝันว่าคนสมัยนั้นจะมีความพยายามสูงส่ง ขนาดเจาะหินภูเขาเป็นที่อยู่อันใหญ่โตมโหฬารด้วยมือได้เช่นนี้

source :- Ppana Sirimai
 

source :- https://www.youtube.com/watch?v=NhRn3isHf3o

เคยมีคำกล่าวว่า “หากจะดูความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาที่อินเดีย ต้องถ้ำอาชันตาเท่านั้น” วันนี้ติ๊กจะพาคุณผู้ชมไปพบกับศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของชาวพุทธที่ก่อให้เกิดพุทธสถานแห่งมรดกโลก “อาชันตา”

source :- https://www.youtube.com/watch?v=27ZSWa7Ecxw

======00000=====

Nirat S

.
ถ้ำเอลโลรา ถ้ำอชันตา พลังแห่งศรัทธา มหัศจรรย์ศาสนสถานในอินเดีย มรดกโลก ผมไปแบคแพคในอินเดียมีโอกาสไปเที่ยว ถ้ำอชันตาและเอลโลรา เป็นความมหัศจรรย์ของพลังศรัทธาในศาสนาของคนสมัยก่อน ยิ่งไปเห็นกับตา แทบไม่น่าเชื่อเลยว่านี่เกิดจากการแรงศรัทธาของคน ดูเหมือนว่าจะอยู่ไปสร้างไปเรื่อยๆครับ
มหัศจรรย์มากๆ ถ้ำอชันตา ตั้งอยู่ในเมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย ได้ชื่อว่าเป็น วัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ พ.ศ. 350 โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฏิ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ เพื่ออาศัยอยู่อย่างสันโดษ เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน ภายในเต็มไปด้วยงานแกะสลักหิน เป็นองค์เจดีย์ เป็นพระพุทธรูป และภาพจิตรกรรมฝาผนังถ้ำ เล่าเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติและชาดก ในปี พ.ศ. 2527 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย องค์การยูเนสโก 28 เมษายน พ.ศ. 2362 ข้าราชการทหารของสหราชอาณาจักร จอหน์ สมิธ ได้ค้นพบถ้ำนี้โดยบังเอิญ ถ้ำในเอลโลร่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-12 ในขณะที่การสร้างถ้ำอชันตากำลังจะสิ้นสุดลงจึงเป็นเหมือนรอยต่อแห่งประวัติศาสตร์ เอลโลร่ามี 34 ถ้ำ แบ่งเป็นสามตอน สามศาสนา คือศาสนาพุทธมี 12 ถ้ำตั้งแต่ถ้ำที่ 1-12, ศาสนาฮินดูมี 17 ถ้ำคือถ้ำที่ 13-29, และศาสนาเชนมี 5 ถ้ำคือถ้ำที่ 30-34 เริ่มสร้างจากด้านใต้ซึ่งเป็นถ้ำของพระพุทธศาสนาทอดยาวตามภูเขาไปทางทิศเหนือและสิ้นสุดลงด้วยถ้ำของศาสนาเชนตามระยะทางประมาณสองกิโลเมตร นัยว่าไม่ได้สร้างพร้อมกัน โดยศาสนาพุทธเริ่มต้นสร้างก่อน พอพระพุทธศาสนาเริ่มเสื่อม ศาสนาฮินดูกำลังรุ่งเรืองจึงสร้างต่อ และตามมาด้วยศาสนาเชน ดูคลิปถ้ำอชันตาแบบเต็มคลิป ถ้ำแห่งพุทธศาสนาได้ที่นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=duJkH…
.
=======00000=======
.
.

ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฎร์ ประเทศอินเดีย…ได้ชื่อว่าเป็น วัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ พ.ศ.๓๕๐ โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฏิ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ เพื่ออาศัยอยู่อย่างสันโดษ เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน ทำให้ประวัติศาสตร์หน้า

ต่อมาของ ศาสนาพุทธในอินเดีย ได้ปรากฏขึ้นในหมู่ถ้ำบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฎร์ แห่งนี้ ต่อมาเรื่องราวของ ถ้ำอชันตา ได้หายเงียบไป กลายเป็นถ้ำร้างที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้ปิดปากถ้ำ…จนถึง พ.ศ.๒๓๖๒ จอห์น สมิธ นายทหารชาวอังกฤษได้เข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ จนมาถึงบริเวณเทือกเขาแห่งหนึ่งบริเวณหมู่บ้านอชันตา และได้ค้นพบถ้ำแห่งนี้ด้วยความบังเอิญ

ถ้ำเหล่านี้ถูกเจาะลึกเข้าไปในภูเขาเพื่อสร้างเป็นวัด มีวิหารขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยงานแกะสลักหิน เป็นองค์เจดีย์ เป็นพระพุทธรูป และภาพจิตรกรรมฝาผนังถ้ำ เล่าเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติและชาดก และที่น่าแปลกใจ คือ ถ้ำเหล่านี้ซุกซ่อนตัวอยู่ที่นี่มานานถึงกว่า ๑,๕๐๐ ปี โดยไม่ถูกรุกล้ำจากผู้คนทั้งหลาย นับตั้งแต่จากวันที่ถูกทอดทิ้งให้รกร้างตลอดมา

การค้นพบ หมู่ถ้ำอชันตา ในครั้งนั้นทำให้โลกต้องตื่นตะลึงกับความมหัศจรรย์ของศิลปะภายในวัดถ้ำ ที่ไม่มีใครเคยพบเห็น หรือรู้เรื่องมาก่อน ขณะเดียวกันก็ทำให้นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวของ ศาสนาพุทธ ในอินเดียได้อย่างชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ด้วยการศึกษาจากภาพแกะสลักหินภายในถ้ำ ที่ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ ไม่ผุกร่อนพังทลายไปเหมือนพุทธสถานอื่นๆ เพราะทุกอย่างที่นี่ สลักขึ้นจากภูเขาทั้งลูก นับเป็นสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดในโลกก็ว่าได้