เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ ย่อมมี

ยถา หิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ
เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ โหติ สตฺโตติ สมฺมติ.
เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงว่ารถย่อมมีฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ ย่อมมี ฉันนั้น.
(วชิราภิกฺขุนี) สํ.ส. ๑๕/๑๙๘, ขุ.มหา. ๒๙/๕๓๖.

ส่วนที่หาวิญญาณครองมิได้ ไม่ประกอบด้วยความรู้สึก เรียกว่า อนุปาทินนกสังขาร เพราะคุมส่วนทั้งหลายของอนุปาทินนกสังขารเข้าด้วยกัน เช่น รถยนต์ เพราะนำเอาส่วนต่างๆ มีตัวถัง ล้อ พวงมาลัย เป็นต้นมาประกอบรวมกันเข้า จึงสำเร็จรูปเป็นรถยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ และใช้เป็นยานพาหนะสำหรับเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างดี

ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ถ้าประกอบด้วยอุปาทาน คือความยึดมั่นถือมั่นแล้ว ก็เป็นเหตุให้เกิดในภพต่อไปอีก ซึ่งมีอวิชชา คือความไม่รู้เป็นมูล วนเวียนกันไป เมื่ออวิชชาดับ อุปาทานจึงดับ พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้พิจารณาขันธ์ ๕ ให้รู้ความเกิดและเหตุที่เกิด ให้รู้ความดับและเหตุที่ดับของขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริงของธรรมดา ที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องแตกดับไปเหมือนกันทุกคน ไม่เลือกว่ายากดีมีจน คนเข็ญใจ ก็จะไม่เกิดคามเศร้าโศกเสียใจ ในเมื่อขันธ์ ๕ ต้องแตกดับไป ทำลายไป

อาการ ๓๒ เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็เป็นกาย เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้าจึงมีการสมมติว่าสัตว์ ว่าบุคคล ว่าตัวตน เรา เขา เสมอเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นร่างกายของคนมี หรือคนจน คนเลว คนดี คนโง่ คนฉลาด

ท่านสอนให้พิจารณากาย อันประกอบด้วยธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ก็เพื่อให้ละความใคร่ ความทะยานอยากในกายเสีย ไม่หลงยึดถือว่าเป็นของเรา เป็นเรา สิ่งทั้งหลายมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดาเหมือนกันทุกรูปทุกนาม

ฉะนั้น ถ้าหากว่าสัตวโลกผู้ยังไม่ได้ปัญญาเห็นวิเศษในอนัตตลักษณะ โดยความเป็นสภาวธรรมอย่างหนึ่งๆ เช่นนั้น ย่อมมีคามสำคัญผิด เห็นผิด เป็นตัว เป็นตน เป็นสัตว์ เป็นบุคคลไป จึงถือเราถือเขาด้วยอำนาจตัณหามานะทิฏฐิอันแรงกล้า พยายามหาประโยชน์ส่วนตัว ตัดรอนประโยชน์ของผู้อื่นด้วยโลภเจตนา แต่นั้นก็เกิดอาฆาตก่อการวิวาทประทุษร้ายกันด้วยโทสะ เจตนาจึงดำเนินไปในทางผิด เป็นมิจฉาปฏิบัติ จะทำอะไรก็ล้วนแต่วิปริตไป

ด้วยอำนาจโมหเจตนา สัตว์จำพวกนี้ได้ชื่อว่าผู้หลง ต่อเมื่อได้สดับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ขจัดความหลงซึ่งเป็นตัวเหตุลงได้อย่างไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยอีกต่อไป ก็จะดำเนินแต่ในทางที่ชอบที่ถูกต้องตามระบอบแห่งธรรม ซึ่งจัดเป็นสัมมาปฏิบัติ