กฤษฎีกาประกาศรับฟังความเห็นแก้ “พ.ร.บ.คณะสงฆ์” ให้การแต่งตั้ง-ปลดกรรมการมหาเถรฯทุกรูป รวมถึงเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาคเป็น พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 เวลา 16.40 น.

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ได้ประกาศ การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 โดยระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 รับหลักการให้มีการจัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 ในประเด็นเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะองค์กรปกครองคณะสงฆ์นั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติครม.วันที่ 4 เม.ย.2560 ประกอบกับมติครม.วันที่ 19 มิ.ย.2561 ดังกล่าว จึงเปิดรับฟังความเห็นประกอบการจัดทําร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน

ดังนี้ สภาพปัญหา มส.ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานกรรมการ สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และพระราชาคณะอีกไม่เกิน 12 รูปซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีวาระ 2 ปี แต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่าสมเด็จพระราชาคณะซึ่งเป็นกรรมการโดยตําแหน่งมักเป็นผู้เจริญพรรษายุกาล จึงชราภาพ และอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทําให้ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้สม่ําเสมอ บางครั้งจําเป็นต้องลาการประชุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เหตุอย่างเดียวกันอาจเกิดได้แม้กับกรรมการอื่นซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง นอกจากนั้นกรรมการบางรูปในขณะนี้ต้องคดีอาญา หรือมีข้อกล่าวหาจนต้องพ้นจากตําแหน่ง จึงไม่ตั้งอยู่ในที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน ทั้งที่องค์กรนี้จะต้องเป็นหลักในการปกครองคณะสงฆ์ และก่อให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังฆมณฑล

จึงสมควรปรับปรุงแก้ไขที่มาและองค์ประกอบของมส.เสียใหม่ เพื่อให้ได้พระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร มีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์มาเป็นกรรมการและผู้ปกครองคณะสงฆ์ในลําดับชั้นต่างๆ ตลอดจนชักนําให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะสงฆ์และการจัดระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับวัดและวัตรปฏิบัติของพระภิกษุให้เรียบร้อยดีงามตามพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง ความคาดหมายของพุทธศาสนิกชน และจารีตประเพณีอันดีงามของชาติ

หลักการใหม่ ให้ยกเลิกองค์ประกอบกรรมการมส. โดยตําแหน่ง ทั้งนี้ยังคงให้มีกรรมการอื่นนอกจากประธานกรรมการในจํานวนเท่าเดิม (20 รูป) แต่ถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ และทรงมีพระราชโองการให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตําแหน่งได้โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ หลักเดียวกันนี้ใช้กับการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาคด้วยตามที่มีพระราชดําริเห็นสมควร ให้กรรมการมส.ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายคณะสงฆ์ที่แก้ไข เพิ่มเติมใหม่ใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะทรงแต่งตั้งกรรมการมส.ขึ้นใหม่ตามกฎหมายนี้ จึงขอเชิญพระภิกษุและบุคคลทั่วไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการตามประเด็นดังกล่าวเข้ามาได้ทางเว็บไซต์สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันที่ 27 มิ.ย.2561

ด้านนายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อถวายเป็นพระราชอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการมส. ก็นับเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราเชื่อว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ทรงธรรม และที่ผ่านมาก็มีการเสนอให้แก้ไขเรื่องมส.กันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาทั้งสมเด็จพระราชาคณะอาพาธ ทำให้งานบางอย่างไม่บรรลุเป้าหมาย และนับเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระ ฆราวาส ก่อนสรุปผลในการแก้ไขในหมวดดังกล่าวต่อไป.

source :- www.dailynews.co.th