กายเปรียบด้วยอุปกรณ์ราชรถ  ๓๐  อย่าง

  1. มโน สารถิโก  อหุ    ใจกระปรี้กระเปร่า  เป็นนายสารถี  (ใจปราศจากความง่วงเหงาหาวนอน)
  2. อวิหิงฺสา สาริตกฺโข            ความไม่เบียดเบียน  เป็นเพลา
  3. สํวิภาคปฏิจฺฉโท การบริจาค  เป็นหลังคา
  4. ปาทสญฺญฺมเนมิโย          การสำรวมระวังเท้า  เป็นกง
  5. หตฺถสญฺญมปกฺขโร การสำรวมระวังมือ  เป็นวงราชรถ  (บางท่านแปลว่าเป็นขอบล้อราชรถ)
  6. กุจฺฉิสญฺญมนพฺพนฺโต    มีการสำรวมระวังท้อง  เป็นน้ำมันชะโลม  (บางท่านแปลเอาความว่า การบริโภคอาหารแต่พอประมาณ  เป็นน้ำมันหยอดเครื่อง)
  7. วาจาสญฺญมกูชโน การสำรวมระวังวาจา  เป็นแอก
  8. สจฺจวากฺยสมฺมตฺตงฺโค       การพูดคำสัตย์  เป็นเรือนราชรถอันบริบูรณ์
  9. อเปสุญฺญสุญฺญโต การไม่พูดส่อเสียดให้คนแตกร้าวกัน  เป็นการเข้าไม้อันสนิทดี  (บางท่านแปลว่า  เป็นราชรถที่นายช่างทำชิดสนิทดี  คงหมายถึงการกระทำด้วยความประณีตเรียบร้อย)
  10. คิราสขิลเนลงฺโค       การพูดสละสลวย  อ่อนหวาน ไม่หยาบคาย  เป็นความเกลี้ยงเกลาของราชรถ  (คือความงามของรถทุกส่วนไม่มีที่ตำหนิ)
  11. มิตภาณิสิเลสิโต การพูดพอประมาณ  เป็นเครื่องเชื่อม  (ข้อนี้  ยังมองไม่เห็นว่าจะได้แก่อะไร  บางท่านแปลรวมเป็นข้อเดียวกันกับข้อ ๑๐ ว่า  การพูดสละสลวย  อ่อนหวาน  ไม่หยาบคาย  ดุจราชรถ  (อันช่างทำ)  เกลี้ยงเกลา  จงผูกวาจาเล้าโลมด้วยดี  กล่าวคือ  พูดแต่พอควร  ดังนี้  เลยทราบไม่ได้ว่าเปรียบกับส่วนไหนของรถ  ขอท่านผู้รู้โปรดพิจารณาด้วย)
  12. สทฺธาโลภสุสํขาโร ศรัทธาและอโลภะ  เป็นเครื่องตกแต่ง  (เป็นเครื่องประดับอันงดงาม)
  13. นิวาตญฺชลิกุพฺพโร ความนอบน้อมและอัญชลีกรรมเป็นทูบ
  14. อถทฺธตานตีสาโก ความอ่อนโยน  ไม่กระด้างดื้อดึงเป็นงอนราชรถ
  15. สีลสํวรนทฺธโน ความสำรวมด้วยศีล  เป็นเชือกชะเนาะ  (บางท่านแปลว่า  เชือกสำหรับรัด)
  16. อกฺโก ธนมนุคฺฆาตี            ความไม่โกรธ  เป็นอาการอันไม่กระเทือนของราชรถ
  17. ธมฺมปณฺฑรฉตฺตโก มีธรรม  เป็นเศวตฉัตร  (ธรรมท่านหมายเอากุศลกรรมบถ ๑๐   เรื่องนี้ทรงแสดงแก่พระเจ้าแผ่นดิน  น่าจะหมายเอา  ทศพิธราชธรรม  แต่ในชาดก  ไม่ได้พูดถึง)
  18. พาหุสจฺจมุปาลมฺโพ มีพาหุสัจจะ  เป็นเชือกขึงเป็นราวสำหรับเหนี่ยวขึ้นลง
  19. ฐิติจิตฺตมุปาธิโย มีใจมั่นคง  เป็นที่นั่ง  (บางท่านแปลว่า  มีจิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันเดียว  ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมเป็นเครื่องลาดอันประเสริฐ  หรือราชอาสน์ปนราชรถ)
  20. กาลญฺญุตาจิตฺตาโร มีความรู้จักกาล  เป็นไม้แก่นอันวิจิตร
  21. เวสารชฺชติทณฺฑโก มีเวสารัชชะ  เป็นขาหยั่ง  (หรือคาน)  (บางท่านรวมข้อ ๒๐-๒๑ เป็นข้อเดียวกัน  ดังนี้  จงเป็นผู้มีอันแล่นไปแห่งจิตอันรู้กาล  กล่าวคือ  ความเป็นกาลัญญูรู้กาลว่ากาลนี้เป็นกาลให้ทาน  กาลนี้เป็นกาลรักษาศีล  เอาความเป็นผู้แกล้วกล้าในการที่จะพูดในท่ามกลางแห่งบริษัท  เป็นดุจไม้ ๓ อัน  (สำหรับค้ำจุนงอนราชรถ)
  22. นิวาตวุตฺติโยตฺตงฺโค มีความประพฤติอ่อนน้อมเป็นเชือก (บางท่านแปลว่า  ความประพฤติเป็นไปในโอวาท  เป็นเชือกผูกคานแอกอันอ่อน  (มิให้ม้าเจ็บคอ)
  23. อนติมานยุโย ลหุ          ไม่มีมานะจัด  เป็นแอกขนาดเบา  ไม่มีอติมานะ  (เป็นแอกอันเบา)
  24. อลีนจิตฺตสนฺถาโร มีใจไม่ย่อหย่อน  เป็นเครื่องลาด  (ใจไม่หดหู่)
  25. วุฑฺฒิเสวี รโชหโต          มีการเสวนะกับผู้ทรงคุณวุฒิ  เป็นประดุจราชรถที่มันปลาบ
  26. สติ ปโตทํ  ธีรสฺส            สติของนักปราชญ์  เป็นประตัก
  27. ธิติ โยโค  รสฺมิโย             ความเพียรและความประกอบเป็นสายบังเหียน
  28. มโน ทนฺตํ  ปถํ  เนติ  สมทนฺเตหิ  วาชิภิ      ใจที่ฝึกแล้วย่อมนำไปสู่ทางตรง  เช่นเดียวกับรถเทียมด้วยม้าอันฝึกเรียบดีแล้ว
  29. อิจฺฉา โลโภ  จ  กุมฺมคฺโค     ความอยาก  และความโลภ  เป็นทางคด
  30. อุชุมคฺโคว สญฺญโม             ความสำรวมระวังเป็นทางตรงแท้

                        รูเป  สทฺเท  รเส  คนฺเธ     วาหนสฺส  ปธาวโต

                        ปญฺญา  อาโกฏนิ  ภช       ตตฺถ  อตฺวา  ว  สารถิ

         มหาบพิตร  เป็นกายพาหนะแล่นไป  ในรูป  เสียง  กลิ่น  รส  ก็ต้องเอาปัญญาเป็นเครื่องห้ามล้อ  พระองค์เองต้องทรงเป็นสารถีในกายพาหนะนั้น