การเจริญธรรม คนเกียจคร้าน ความเพียร กินไม่รู้จักอิ่ม สิ่งที่ลิ้ม ผู้ที่หลับไม่สนิท สัจจะ ปฏิภาณ คนฉุนเฉียว ตุโร โมหะ

การเจริญธรรม ๓ อย่าง (ความละธรรม ๓ อย่าง)
๑o ชุดจาก ฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย.

๑. ควรเจริญ อสุภะ (ความกำหนดหมายถึงสิ่งไม่งาม) เพื่อละ ราคะ (ความกำหนัดยินดี)
ควรเจริญ เมตตา (ไมตรีจิตคิดจะให้ผู้อื่นเป็นสุข) เพื่อละ โทสะ (ความคิดประทุษร้าย)
ควรเจริญ ปัญญา (ความรอบรู้ความเป็นจริง) เพื่อละ โมหะ (ความหลง ไม่รู้สภาวะความจริง)
๒. ควรเจริญ กายสุจริต เพื่อละ กายทุจริต
ควรเจริญ วจีสุจริต เพื่อละ วจีทุจริต
ควรเจริญ มโนสุจริต เพื่อละ มโนทุจริต
๓. ควรเจริญ เนกขัมมวิตก (ความตรึกในการออกจากกาม) เพื่อละ กามวิตก (ความตรึกในกาม)
ควรเจริญ อัพยาปาทวิตก (ความตรึกในการไม่ปองร้ายผู้อื่น) เพื่อละ พยาปาทวิตก (ความตรึกในการปองร้ายผู้อื่น)
ควรเจริญ อวิหิงสาวิตก (ความตรึกในการไม่เบียดเบียนผู้อื่น) เพื่อละ วิหิงสาวิตก (ความตรึกในการเบียดเบียนผู้อื่น)
๔. ควรเจริญ เนกขัมมสัญญา (ความกำหนดหมายในการออกจากกาม) เพื่อละ กามสัญญา (ความกำหนดหมายในกาม)
ควรเจริญ อัพยาปาทสัญญา (ความกำหนดหมายในการไม่ปองร้าย) เพื่อละ พยาปาทสัญญา (ความกำหนดหมายในการปองร้าย)
ควรเจริญ อวิหิงสาสัญญา (ความกำหนดหมายในการไม่เบียดเบียน) เพื่อละ วิหิงสาสัญญา (ความกำหนดหมายในการเบียดเบียน)
๕. ควรเจริญ เนกขัมมธาตุ (ธาตุ คือ การออกจากกาม) เพื่อละ กามธาตุ (ธาตุ คือ กาม)
ควรเจริญ อัพยาปาทธาตุ (ธาตุ คือ ความไม่คิดปองร้าย) เพื่อละ พยาปาทธาตุ (ธาตุ คือ ความคิดปองร้าย)
ควรเจริญ อวิหิงสาธาตุ (ธาตุ คือ การไม่เบียดเบียน) เพื่อละ วิหิงสาธาตุ (ธาตุ คือ การเบียดเบียน)
๖. ควรเจริญ อนิจจสัญญา (ความกำหนดหมายว่าไม่เที่ยง) เพื่อละ อัสสาททิฏฐิ (ความเห็นด้วยความพอใจ)
ควรเจริญ อนัตตสัญญา (ความกำหนดหมายว่าไม่ใช่ตัวตน) เพื่อละ อัตตานุทิฏฐิ (ความตามเห็นว่าตัวตน)
ควรเจริญ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นถูกต้อง) เพื่อละ มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นไม่ถูกต้อง หรือ เห็นผิด)
๗. ควรเจริญ มุทิตา (ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี) เพื่อละ อรติ (ความไม่ยินดีหรือคิดริษยา)
ควรเจริญ อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) เพื่อละ วิหิงสา (ความเบียดเบียน)
ควรเจริญ ธัมมจริยา (การประพฤติธรรม) เพื่อละ อธัมมจริยา (การประพฤติไม่เป็นธรรม)
๘. ควรเจริญ สันตุฏฐิตา (ความสันโดษคือยินดีเฉพาะของของตน) เพื่อละ อสันตุฏฐิตา (ความไม่สันโดษ คือไม่ยินดีเฉพาะของของตน)
ควรเจริญ สัมปชัญญะ (ความรู้ตัว) เพื่อละ อสัมปชัญญะ (ความไม่รู้ตัว)
ควรเจริญ อัปปิจฉตา (ความปรารถนาน้อย) เพื่อละ มหิจฉตา (ความปรารถนามาก)
๙. ควรเจริญ โสวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่าง่าย) เพื่อละ โทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก)
ควรเจริญ กัลยาณมิตตตา (ความเป็นผู้คบเพื่อนดีงาม) เพื่อละ ปาปมิตตตา (ความเป็นผู้คบเพื่อนชั่ว)
ควรเจริญ อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก) เพื่อละ เจตโส วิกเขปะ (ความฟุ้งซ่านแห่งจิต)
๑o. ควรเจริญ สมถะ (การทำใจให้มั่นคง) เพื่อละ อุทธัจจะ (ความคิดฟุ้งซ่าน)
ควรเจริญ สังวร (ความสำรวมระวัง) เพื่อละ อสังวร (ความไม่สำรวมระวัง)
ควรเจริญ อัปปมาทะ (ความไม่ประมาท) เพื่อละ ปมาทะ (ความประมาท)

ลักษณะแห่งคนเกียจคร้าน ๓

๑. นิกฺขิตฺตธุรตา มีนิสัยเฉื่อยชา ทอดธุระที่คาดไว้ว่าจะทำเสีย
๒. นิพฺพินฺทตา มีนิสัยจับจด เบื่อหน่ายงานที่ทำเฉพาะหน้า
๓. สตตํ สงฺครตา ชอบผลัดวันประกันพรุ่งตลอดเวลา เวลานั้นเถิด เวลาโน้นเถิด

ลักษณะแห่งคนขยัน ๓

๑. อนิกขิตฺตธุรตา ความเป็นผู้รีบจัดทำธุระที่คาดไว้ว่าจะทำให้เสร็จๆไป
๒. อนิพฺพินฺทตา ความเป็นผู้รีบทำธุระที่ปรากฏเฉพาะหน้าโดยไม่ชักช้า
๓. อสงฺครตา ความเป็นผู้ทำการงานนั้น โดยไม่ทิ้งเวลาให้เสียเปล่า

ลักษณะความเพียร ๓

๑. อารพฺภธาตุ ได้แก่ความเพียรที่เริ่มปรารภมีจิตไม่ท้อถอยต่ออุบายอันจะทำใจให้สงบ (สมถะ)
๒. นิกฺกมธาตุ ได้แก่ความเพียรที่ก้าวดำเนินไปด้วยดีไม่มีโกสัชชะ (ความเกียจคร้าน) หรือ ถีนมิทธะ (ง่วงเหงาหาวนอน) เข้าแทรกแซงถึง อัปปนา
๓. ปรกฺกมธาตุ ได้แก่ความเพียรที่ก้าวไปสู่คุณเบื้องหน้า ทั้งสมถะ และวิปัสสนา กำจัดกิเลส

กินไม่รู้จักอิ่ม ๓

๑. อคฺคิกฺขนฺโธ กองไฟ
๒. สมุทฺโท มหาสมุทร
๓. มหิจฺโฉ คนละโมบ
ใครจะให้ข้าวของเท่าใดๆ ก็หาปรนปรือสิ่งทั้งสามนี้ให้อิ่มได้ไม่

สิ่งที่ลิ้มไม่รู้จักเบื่อ ๓

๑. สุปฺปํ ความหลับ
๒. สุราเมรยปานํ การดื่มสุราเมรัย
๓. เมถุนธมฺมสสมาปตฺติ การเสพเมถุนธรรม
ความอิ่มในการเสพสิ่งทั้งสามเหล่านี้ไม่มีเลยแต่ไรมา

ผู้ที่หลับไม่สนิท ๓

๑. เนื้อในป่า ไม่หลับสนิทเพราะระวังพรานจะมาฆ่า
๒. พระราชา ก็บรรทมไม่สบายเพราะกลัวราชศัตรูที่มีกำลังยิ่งกว่าจะมาย่ำยี
๓. บัณฑิต ไม่ยินดีในการหลับนอน เพราะเกรงภัยในสังสารวัฏฏ์

บุคคลที่เกิดมาดี..ไม่ดี ๓ จำพวก

๑. ติเหตุกบุคคล ผู้ที่ทำบุญกุศลด้วยไตรเหตุ หรือติเหตุ เหตุสาม คือ อโลภะ (ไม่โลภ) อโทสะ (ไม่โกรธ) อโมหะ (ไม่หลงงมงาย) ไตรเหตุนั้นจะทำให้ท่านมาเกิด (ปฏิสนธิ) เป็นมนุษย์ผู้มั่งคั่งรูปงาม และเฉลียวฉลาด อาจบรรลุอรหัตตผลในชาตินั้น
๒. ทวิเหตุกบุคคล ผู้ทำบุญด้วย ทวิเหตุ คือ เหตุสองได้แก่ อโลภะ อโทสะ ผลนั้นจะทำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ ผู้มั่งคั่งรูปดีไม่มีศัตรู แต่ปราศจากปัญญา ไม่อาจบรรลุธรรมอันเป็นอริยได้
๓. อเหตุกบุคคล ผู้ทำบุญด้วยปราศจากเหตุสาม ทำบุญบริจาคบ้าง ไม่บริจาคบ้าง แต่มี โลภะ โทสะ และโมหะ ก็จะมาบังเกิดเป็นมนุษย์ที่ดีบ้างชั่วบ้าง หาเช้ากินค่ำ ไม่มีทางที่จะบรรลุมรรคผลใดๆ เลย

สัจจะ (ความจริง) ๓ อย่าง

๑. วาจาสจฺจ จริงวาจา คือพูดจริง มีว่ามี เห็นว่าเห็น ไม่มีไม่เห็นก็ว่าไม่มีไม่เห็น
๒. ญาณสจฺจ จริงญาณ คือรู้ตามสภาพความเป็นจริง เช่นสังขารมีความ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา
๓. มคฺคสจฺจ จริงมรรค หรือมรรคา ทางเดินไปสู่ความดับทุกข์..ได้แก่มรรคมีองค์ ๘

ปฏิภาณ (ความฉลาด) ๓ อย่าง

๑. ปริยตฺติปฏิภาณ ความฉลาดเฉียบแหลมทางปริยัติแตกฉานในพระไตรปิฎก มีนวังคสัตถุศาสน์ คำสอนมีองค์ ๙ ดูหมวด ๙ มีสุตตะ เคยยะ เป็นต้น
๒. ปฏิปุจฺฉาปฏิภาณ ความฉลาดเฉียบแหลมในทางโต้ตอบ มีไหวพริบ โต้ตอบด้วยเหตุผล ทันใจ ตอบถูกต้อง
๓. อธิคมปฏิภาณ ความฉลาดเฉียบแหลมในทางมรรคผล นิพพาน รู้เครื่องประหารกิเลสสังโยชน์ ความสิ้นแห่งอาสวะด้วยวิธีใด

ลักษณะของคนฉุนเฉียวโกรธ ๓ จำพวก

๑. ปาสาณเลขูปโม เหมือนรอยศิลาจารึก คือโกรธแล้วไม่ค่อยหายหรือหายได้ยาก
๒. ปฐวีเลขูปโม เหมือนรอยขีดบนแผ่นดิน คือเมื่อโกรธแล้ว ไม่อยู่นานพอลบแล้วก็หาย
๓. อุทกเลขูปโม เหมือนรอยขีดในน้ำ คนที่ถูกด่าว่าติเตียนแล้วโกรธแต่หายทันที เหมือนมีดกรีดน้ำ พอมีดผ่านไปน้ำนั้นก็กลับแนบสนิทตามเดิม

ตุโร (คนอ่อนแอ) ๓ จำพวก

๑. ชราตุโร อ่อนแอเพราะชรา
๒. โรคาตุโร อ่อนแอเพราะโรค
๓. กิเลสาตุโร อ่อนแอเพราะกิเลส

โทษของโมหะ ๓

การที่มีโมหะ (โง่เขลา) ครอบงำย่อมไม่เห็นอรรถเห็นธรรมใดๆ การแต่งตัว ดูภายนอกไกลๆ ก็งาม ถ้าเอ่ยปากหรือทำอะไรให้ปรากฏขึ้นจึงจะรู้ได้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ายังไม่เอ่ย หรือทำอะไรก็ยังงามอยู่
๑. ความโง่เขลาของเขาทำให้เกิดแต่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ความหลงเขลาทำให้จิตปั่นป่วน แต่ตนหารู้สึกไม่ว่าความหลงเขลาที่เกิดในใจนั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัว
๒. คนหลงโง่เขลาย่อมไม่รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ไม่มองเห็นธรรมคือความถูกต้อง เหตุผลใดๆ ความมืดมนย่อมเกิดแก่คนนั้น เมื่อโมหะครอบงำ
๓. ผู้ใดละโมหะความโง่เขลาได้ ไม่หลงเขลาในเหตุอันเป็นที่ตั้งแห่งความหลงเขลา ผู้นั้นฆ่าโมหะได้หมด เหมือนพระอาทิตย์กำลังอุทัยทำลายความมืดเสียฉะนั้น

 

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Related posts

Leave a Comment