ขนฺติ (ความอดทน) ๓ อย่าง

๑. ตีติกฺขาขนฺติ ความอดทนด้วยอำนาจความอดกลั้น เช่น ถูกใครด่า ไม่ด่าตอบ ไม่โกรธตอบ มีสติอดใจไว้ได้ดี นึกถึงกรรมของเราเป็นเรือนใจไว้
๒. ตปขนฺติ ความอดทนเผาบาปชั้นหยาบ ชั้นกลาง ชั้นละเอียด ให้เบาบางหรือเหือดแห้งไป
๓. อธิวาสนขนฺติ ความอดทนจนสามารถยั้งกิเลสทั้งหลายมีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น ให้หยุดได้ ให้สงบระงับลงได้

ขนฺติ (ความอดทน) อีก ๓ อย่าง
๑. ทนลำบากตรากตรำ คือ ทนทำการงานอันเหนื่อยยากเพื่อความเป็นอยู่ของตัว ของครอบครัว ของประเทศชาติ ศาสนา ทำธุระหน้าที่ของตนโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่ทำด้วยความมักง่าย ไม่เกียจคร้าน ทนเพื่อสร้างความเจริญในกิจการที่ตนทำ แม้จะหนาวร้อนก็ไม่บ่น ทนเพื่อสร้างความดีเป็นประโยชน์ต่อภพนี้และภพหน้า
๒. ทนต่อความเจ็บไข้ เมื่อถึงคราวเจ็บไข้ได้ป่วยก็อดทนไม่บ่น ไม่ร้องไห้ ไม่น้อยใจ เพราะรูปนามนั้นย่อมมีทุกข์ประจำอยู่อย่างนั้น ตามธรรมชาติของเขาไม่ว่าจะอยู่ในสภาพภพภูมิใด จะต้องศึกษาให้เข้าใจถึง กรรม จิต อุตุ ฯลฯ อาหาร ทำให้เรา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
๓. ทนต่อความเจ็บใจ คือ ทนต่อการถูกด่าว่าเสียดสีของผู้อื่น ทนต่อการได้ประสบกับอนิฏฐารมณ์ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่ชอบใจต่างๆ ตลอดจนการนินทาว่าร้าย ให้หาอุบายมาฝึกตนดังที่พระองค์ตรัสแก่ อตุลอุบาสกว่า “นินทา เป็นของเก่า ไม่มีใครที่จะได้รับสรรเสริญหรือนินทาโดยส่วนเดียว”
“ขนฺตี หิตสุขาวหา” อดทนนำสุขมาให้

y05x

ประเภทแห่งคนถือขันติ ๓

๑. ภยา หิ เฏฐสฺส วโจ ขเมถ บุคคลผู้อดทนต่อถ้อยคำของคนที่สูงกว่าตัว เพราะกลัว.
๒. สารมฺภเหตุ ปน สาทิสสฺส บุคคลผู้อดทนต่อถ้อยคำของคนเสมอกัน เพราะรำคาญ.
๓. โย จีธ หินสฺส วโจ ขเมถ เอตํ ขนฺตึ อุตฺตมมาหุ สนฺโต ส่วนผู้ที่ทนต่อถ้อยคำของคนเลว เพราะมีขันติอันสัตบุรุษยกย่องว่า สูงสุด.y05xคุณนามแห่งมารดาบิดา

๑. พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร มารดาบิดาชื่อว่าเป็นพรหมของบุตร เพราะปฏิบัติต่อบุตรด้วยพรหมวิหาร.
๒. ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร ชื่อว่าเป็นบุพรพาจารย์ คืออาจารย์คนแรกที่สอนบุตรตั้งแต่เริ่มเกิด.
๓. อาหุเนยฺยา จ ปุตตานํ ปชาย อนุกมฺปกา ชื่อว่าเป็นอาหุเนยยะ คือเป็นพระผู้ควรรับเครื่องบูชาของบุตรเพราะเป็นผู้ทะนุถนอมบุตร.
y05x

พระพุทธ ๓ จำพวก

๑. สพฺพญฺญูพุทฺธ ท่านที่ตรัสรู้ทุกสิ่งสรรพ์ สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้ตรัสรู้ตามได้.
๒. ปจฺเจกพุทธ ท่านที่ตรัสรู้เฉพาะตนไม่สามารถสั่งสอนผู้อื่นได้.
๓. อนุพุทฺธ ท่านที่ตรัสรู้ตามพระสัพพัญญูพุทธ.

y05xพระธรรม ๓ อย่าง

๑. ปริยตฺติธมฺม ได้แก่ธรรมที่ต้องเล่าเรียนศึกษา
๒. ปฏิปตฺติธมฺม ได้แก่ธรรมที่จะปฏิบัติ
๓. ปฏิเวธธมฺม ได้แก่ธรรมที่พึงรู้แจ้งแทงตลอด.

พระโสดาบัน ๓ จำพวก

๑. เอกพีชี คือ บุคคลที่ได้โสดาบัน แล้วจะปฏิสนธิอีกชาติเดียว ก็บรรลุอรหันต์ ดับขันธ์ในชาตินี้.
๒. โกลํ โกล คือ บุคคลที่ได้โสดาบัน แล้วจะปฏิสนธิอีก ๒-๓-๔-๕ หรือ ๖ ชาติ บรรลุอรหันต์ในชาติสุดท้ายแล้วดับขันธ์.
๓. สตฺตกฺขตฺตุปรม คือ บุคคลที่บรรลุโสดาบันแล้วปฏิสนธิอีกอย่างมาก ๗ ชาติ แล้วดับขันธปรินิพพาน.

y05xผู้ไม่ประมาณตน ๓ จำพวก

อธนสฺส รสํ ขาทา อพลสฺส หตา นรา
อปญฺญสฺส วานฺยกถา อุมฺมตฺตกสมา อิเม.
คนยากอยากภักษ์เคี้ยว ของแพง
คนโรคบำราศแรง ร่านปล้ำ
คนโฉดอวดสำแดง ธรรมเทศ นานา
สามเหล่าเขานี้ก้ำ กึ่งบ้ากลกัน
๑. คนน้อยทรัพย์กลับจ่ายเปลือง
๒. คนน้อยกำละงตั้งข้อสู้
๓. คนเขลาปัญญาพาทีอวดฉลาด
คน ๓ พวกนี้เป็นคนไร้สติ “กึ่งบ้า”
y05x

รัตนะ ๓ ดวง

๑. พุทฺธรตน รัตนะ คือพระพุทธเจ้า พระองค์เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสของวิญญูชนโดยส่วนเดียว นำสัตว์ผู้เข้าพึ่งเป็นสรณะให้พ้นทุกข์ได้.
๒. ธมฺมรตน รัตนะ คือ พระธรรม เป็นคำสั่งสอนมีคุณอเนกประการ นำผลวิบากส่วนเลิศให้เกิดแก่ผู้เลื่อมใส.
๓. สงฺฆรตน รัตนะ คือ พระสงฆ์ หมู่ชนที่ฟังคำสอนของพระองค์แล้ว ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย.

คุณพระพุทธเจ้าโดยย่อ ๓

๑. พระปัญญาคุณ คุณคือความรู้เท่าสังขาร
๒. พระวิสุทธิคุณ คุณคือความบริสุทธิ์
๓. พระกรุณาธิคุณ คุณคือความเอ็นดูปราณีสัตว์

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...