ตถาคตไม่ต้องรักษาพระองค์ ๓ อย่าง

๑. กายสมาจารบริสุทธิ์ มีกายสมาจารบริสุทธิ์สะอาด
๒. วจีสมาจารบริสุทธิ์ มีวจีสมาจารบริสุทธิ์สะอาด
๓. มโนสมาจารบริสุทธิ์ มีมโนสมาจารบริสุทธิ์สะอาด
(ไม่มีใครสามารถพบความไม่บริสุทธิ์สะอาด ความประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ, ของเราได้เลย)

กิญจนะ (กิเลสเครื่องกังวล) ๓ อย่าง

๑. ราคกิญจนะ เครื่องกังวล คือ ความกำหนัด
๒. โทสกิญจนะ เครื่องกังวล คือ ความประทุษร้าย
๓. โมหกิญจนะ เครื่องกังวล คือ ความหลงไม่รู้จริง

รูปสังคหะ (รูปสงเคราะห์) ๓ อย่าง

๑. สนิทัสสนสัปปฏิฆรูป รูปที่สัมผัสได้ทางตา
๒. อนิทัสสนสัปปฏิฆรูป รูปที่ไม่สัมผัสได้ทางตา
๓. อนิทัสสนอัปปฏิฆรูป รูปที่สัมผัสได้ทางใจ

สังขาร ๓ อย่าง

๑. ปุญญาภิสังขาร สังขารคือบุญ (มหากุศลและรูป)
๒. อปุญญาภิสังขาร สังขารคือบาป
๓. อเนญชาภิสังขาร สังขารที่มีความไม่หวั่นไหว

บุคคล ๓ จำพวก

๑. พระเสขะ พระผู้ยังต้องศึกษา (อริยบุคคล)
๒. พระอเสขะ พระผู้ไม่ต้องศึกษา
๓. เนวเสขนาเสขะ ปุถุชนผู้ไม่เคยศึกษาปฏิบัติเลย

พระเถระ ๓ อย่าง

๑. ชาติเถระ เป็นพระเถระโดยบวชมีพรรษามาก
๒. ธรรมเถระ เป็นพระเถระโดยแตกฉานในธรรมวินัย
๓. สมมติเถระ เป็นพระเถระโดยสมมติ (บวชเมื่อแก่)

ปัญญา ๓ อย่าง

๑. สุตมยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการสดับตรับฟัง
๒. จินตามยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการคิด
๓. ภาวนามยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการอบรมภาวนา

อาวุธ ๓ อย่าง

๑. สุตาวุธ อาวุธคือการสดับตรับฟัง
๒. ปวิเวกาวุธ อาวุธคือการเงียบสงัด
๓. ปัญญาวุธ อาวุธคือปัญญารอบรู้

สิกขา ๓ อย่าง

๑. อธิสีลสิกขา สิกขาคือศีลอันยิ่ง
๒. อธิจิตตสิกขา สิกขาคือจิตอันยิ่ง
๓. อธิปัญญาสิกขา สิกขาคือปัญญาอันยิ่ง

ภาวนา ๓ อย่าง

๑. กายภาวนา การอบรมกาย (ศีล)
๒. จิตตภาวนา การอบรมจิต (สมาธิ)
๓. ปัญญาภาวนา การอบรมปัญญา (ปัญญา)

โกศล (ความฉลาด) ๓ อย่าง

๑. อายโกศล ฉลาดในเหตุแห่งความเจริญ
๒. อปายโกศล ฉลาดในเหตุแห่งความเสื่อม
๓. อุปายโกศล ฉลาดในการสร้างความเจริญและทำลายความเสื่อม

มทะ (ความเมา) ๓ อย่าง

๑. อาโรคยมทะ ความเมาในความไม่มีโรค
๒. โยพพนมทะ ความเมาในวัยเป็นหนุ่มสาว
๓. ชาติมทะ ความเมาในชีวิตความเกิด

อธิปเตยยะ ๓ อย่าง

๑. อัตตาธิปเตยยะ ความมีตน (ถือตน) เป็นใหญ่
๒. โลกาธิปเตยยะ ความมีโลก (ถือโลก) เป็นใหญ่
๓. ธัมมาธิปเตยยะ ความมีธรรม (ถูกต้อง) เป็นใหญ่

วิชชา ๓ อย่าง

๑. บุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติได้
๒. จุตูปปาตญาณ รู้กำหนดจุติและเกิดของสัตว์
๓. อาสวักขยญาณ รู้ทำอาสวะให้สิ้น

วิหาร ๓ อย่าง

๑. ทิพยวิหาร ธรรมเครื่องอยู่อย่างเทพ
๒. พรหมวิหาร ธรรมเครื่องอยู่อย่างพรหม
๓. อริยวิหาร ธรรมเครื่องอยู่อย่างอริยะ

อย่าถือตัวในกาละเทศะ

๑. ในเวลาที่อยู่ในหมู่คนที่ไม่รู้จักตน
๒. เวลาอยู่ในต่างประเทศ
๓. เวลาที่ถูกขับจากถิ่นเดิมระเหระหนไป

สันโดษ ๓

๑. ยถาลาภสันโดษ ยินดีตามมีตามได้มา
๒. ยถาพลสันโดษ ยินดีตามกำลังสามารถ
๓. ยถาสารุปสันโดษ ยินดีตามสมควรตามฐานะ
สันโดษนี้กล่าวโดยสรุปคือยินดีในปัจจัย ๔ มีเครื่องนุ่งห่ม อาหารที่อยู่ ยารักษาโรค เพียงดำรงชีวิตอย่างผาสุกตามฐานะและอัตภาพ ส่วนในทางปฏิบัติต้องเอาสันโดษ ๓ แต่ละอย่างไปคุณด้วยปัจจัย ถ แต่ละอย่าง จึงเป็นสันโดษ ๑๒.

ลักษณะสันโดษ ๓

๑. อตีตํนานุโสจนฺโต ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งล่วงแล้ว
๒. นปฺปชปฺปนฺนาคตํ ไม่บ่นถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
๓. ปจฺจุปนฺเนนยาเปนฺโต เลี้ยงชีพเป็นไปเฉพาะหน้า
๓ ประการนี้ปราชญ์เรียกว่าสันโดษ

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...