จตุกกะ หมวด ๔

เหตุที่ได้พระนามว่าตถาคต ๔

๑. ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่โลก ทั้งเทวโลก ทั้งมารโลก ทั้งพรหมโลก ประชาชนทั้งเทวดามนุษย์ทั้งสมณพราหมณ์ ได้เห็นแล้ว ได้ทราบแล้ว ได้รู้สึกแล้ว ได้ประสบแล้ว ได้แสวงหาแล้ว ได้คิดค้นแล้ว สิ่งทั้งปวงนั้นตถาคตได้รู้ยิ่งแล้ว เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า “ตถาคต”
๒. ข้อที่ตถาคตได้ตรัสรู้ในเวลาราตรี และปรินิพพานในเวลาราตรี ตถาคตกล่าวแสดงชี้แจงข้อคำอันใดในระหว่างนั้น ข้อคำทั้งปวงนั้น ย่อมเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า “ตถาคต”
๓. ตถาคตพูดอย่างใดทำอย่างนั้น ทำอย่าใดพูดอย่างนั้น เพราตถาคต พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น (ยถาวาที ตถาการี) ทำอย่างใด พูดอย่างนั้น (ยถาการี ตถาวาที) เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า “ตถาคต”
๔. ในโลกทั้งเทวโลกทั้งมารโลกทั้งพรหมโลก ในประชาชนทั้งเทวดามนุษย์ทั้งสมณพราหมณ์ ตถาคตเป็นยิ่ง (โดยอริยะสีลาทิคุณ) ไม่มีใครเหนือ เป็นผู้ถ่องแท้ เป็นผู้ครองอำนาจ (ศัพท์มคธว่า “วสํ วตฺเตติ” แปลว่า “ยังอำนาจให้เป็นไป” ก็ได้แก่ผู้มีอำนาจนั่นเอง จึงได้แปลเอาความเช่นนั้น) เพราะเหตุนั้น จึงได้ชื่อว่า “ตถาคต”

ลักษณะคนไม่ประมาท ๔

๑. เป็นผู้ไม่พยาบาท
๒. เป็นผู้มีสติทุกเมื่อ
๓. เป็นผู้มีใจตั้งมั่นในภายใน
๔. เป็นผู้ศึกษาในอันกำจัดอภิชฌา
อพฺยาปนฺโน สทา สโต อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต
อภิชฺฌาวินเย สิกฺขํ อปฺปมตฺโตติ วุจฺจติ

ลักษณะโวหาร ๔ อย่าง

๑. เทศนาโวหาร กล่าวชี้แจงในทางสอน
๒. บรรยายโวหาร กล่าวให้กว้างออกไป ได้แก่ อธิบายความย่อให้พิสดาร
๓. สาธกโวหาร กล่าวยกตัวอย่างหรืออ้างอิง คือถ้าไม่ยกตัวอย่าง ความไม่ชัด หรือถ้าไม่อ้าง ความปราศจากหลัก
๔. วรรณนาโวหาร กล่าวให้ละเอียดตามชนิดของสิ่งที่ต้องพรรณนา

สังฆโสภณ ๔

๑. ภิกฺขุ จ สีลสมฺปนฺโน ภิกษุถึงพร้อมด้วยศีล
๒. ภิกฺขุนี จ พหุสฺสุตา ภิกษุณีเป็นพหูสูต
๓. อุปาสโก จ โย สทฺโธ อุบาสกมีศรัทธา
๔. ยา จ สทฺธา อุปาสิกา อุบาสิกามีศรัทธา
เอเต โข สงฺฆํ โสเภนฺติ เอเต หิ สงฺฆโสภณา
บุคคลเหล่านี้แลยังหมู่ให้งาม บุคคลเหล่านี้ เป็นสังฆโสภณ (ผู้ยังหมู่ให้งาม) โดยแท้

สิ่งที่ไกลกันลิบลับ ๔

๑. ฟ้ากับดิน
๒. ฝั่งในกับฝั่งนอกแห่งสมุทร
๓. ที่ๆ พระอาทิตย์อุทัยกับที่ๆ พระอาทิตย์อัสดง
๔. ธรรมของสัตบุรุษกับธรรมของอสัตบุรุษ

นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร
ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร
ยโต จ เวโรจโน อพฺภุเทติ
ปภงฺกโร ยตฺถ จ อตฺถเมติ
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ
สตญฺจ ธมฺมํ อสตญฺจ ธมฺมํ

ฟ้ากับดินไกลกัน ฯลฯ ธรรมของสัตบุรุษกับธรรมของอสัตบุรุษ ปราชญ์กล่าวว่าไกลกันยิ่งกว่านั้น

 

อุปกิเลสแห่งพระจันทร์พระอาทิตย์ ๔

๑. เมฆ
๒. หมอก
๓. ควันและผงคลี
๔. อสุรินทราหู

อุปกิเลสแห่งสมณพราหมณ์ ๔

๑. การดื่มสุราเมรัย
๒. การเสพเมถุนธรรม
๓. ความยินดีรับเงินและทอง
๔. การเลี้ยงชีวิตโดยมิจฉาอาชีวะ

 

อจินไตย สิ่งที่ไม่ควรคิด ๔

๑. พุทธวิสัย วิสัยแห่งพระพุทธเจ้า

๒. ฌานวิสัย วิสัยแห่งผู้ได้บรรลุฌาน
๓. กรรมวิบาก วิบากแห่งกรรม
๔. โลกจินตา ความคิดในเรื่องของโลก
อจินไตยทั้ง ๔ นี้ ท่านห้ามคิด ผู้ใดคิด ผู้นั้นย่อมมีส่วนแห่งความเป็นบ้า ได้รับความลำบากปล่าว

ความเตรียมพร้อม ๔

๑. คพฺภเมเก อุปฺปชฺชนฺติ คนทั้งหลายบางคน ย่อมเกิดในครรภ์
๒. นิรยํ ปาปกมฺมิโน คนผู้ทำกรรมลามก ย่อมไปเกิดในนรก
๓. สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ คนผู้ทำกรรมเป็นเหตุแห่งสุคติ ย่อมไปสวรรค์
๔. ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา คนผู้ไม่มีอาสวะ ย่อมปรินิพพาน
๑. ความตายไม่ยกเว้น ใครใคร
ตายแน่อย่าสงสัย อย่าเศร้า
อย่าห่วงสิ่งใดใด ทั้งหมด
ประคองจิตอย่าร้อนเร่า มุ่งให้ตายดี
๒. กล้าตายอย่างออกสู้ สงคราม
เห็นทุกข์ที่คุกคาม บีบคั้น
ทุกข์จริงแต่รูปนาม ดอกทุกข์
จงอย่ายึดถือรั้น เร่งรู้ธรรมดา
๓. เตรียมพร้อมเพื่อจากบ้าน ฉันใด
ธาตุดับจงเตรียมใจ เยี่ยงนั้น
เตรียมสู้ยิ่งขึ้นไป ถึงปล่อยวางนา
ซึ่งโลกทุกข์ประเภทนั้น เช่นนั้นพระองค์
๔. บางคนคงเกิดขึ้น ในครรภ์
คบบาปไปนิรยัน หมกไหม้
ใจบุญย่อมไปสวรรค์ เสวยสุข
ที่หมดอาสวะได้ ท่านนั้นนิพพาน

 

กรณียกิจของคน ๔

๑. อุทกญฺติ นยนฺติ เนตฺติกา คนผู้เป็นชาวนาย่อมไขน้ำเข้านา (หมายถึงการไขน้ำจากที่อื่นเข้าสู่นา เพื่อหล่อเลี้ยงข้าวกล้า)
๒. อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ คนผู้เป็นช่างศร ย่อมตัดลูกศร ให้ตรง
๓. ทารํ นมยนฺติ ตจฺฉกา คนผู้เป็นช่างถาก ย่อมถากไม้
๔. อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา คนผู้เป็นบัณฑิต ย่อมฝึกฝนตน

ข้อที่ไม่ควรเสพ ๔

๑. หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ไม่ควรเสพธรรมเลว
๒. ปมาเทน น สํวเส ไม่ควรอยู่ด้วยความประมาท
๓. มิจฺฉาทิฏฐึ น เสเวยฺย ไม่ควรเสพความเห็นผิด
๔. น สิยา โลกวฑฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก

สิ่งที่หาได้ยาก ๔

๑. กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ ความกลับได้อัตภาพเป็นมนุษย์ อันสัตว์ได้โดยยาก
๒. กิจฺฉํ มจฺจานชีวิตํ ความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลาย อันสัตว์ได้โดยยาก
๓. กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ การได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ อันสัตว์ได้โดยยาก
๔. กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท ความบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย อันสัตว์ได้โดยยาก