นิพพาน ๓ ประการ

๑. กิเลสนิพพาน ดับกิเลส.
๒. ขันธนิพพาน ดับเบญจขันธ์.
๓. ธาตุนิพพาน ดับธาตุ.
นิพพาน ๒ ข้างต้น ย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว ส่วนธาตุนิพพานนั้น ไม่ค่อยจะได้ทราบกัน นอกจากผู้ที่เป็นนักค้นคว้า ผู้ต้องการทราบโดยพิสดาร พึงดูตามที่มาซึ่งได้บอกไว้ และในเรื่องธาตุอันตรธาน ในตอนท้ายปฐมสมโพธิฉบับพิสดาร ในที่นี้ จะกล่าวแต่โดยย่อๆว่า พระบรมสารีริกธาตุนั้น เมื่อไม่มีผู้นับถือ และไม่กระทำสักการบูชากันในที่ทั่วๆไปแล้ว พระธาตุทั้งหมดก็จะมาประชุมกัน รวมเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ที่ควงไม้มหาโพธิที่ตรัสรู้ แล้วแสดงอภินิหารมีประการต่างๆ ต่อจากนั้นเตโชธาตุก็จะบังเกิดพลุ่งขึ้นมา แต่พระธาตุนั้น เผาผลาญสรีระธาตุนั้นให้สูญสิ้นไม่มีส่วนเหลือ และตามตำนานกล่าวว่า มนุษย์ในโลกจะไม่ได้พบเห็นเลย จะได้พบเห็นและทำสักการบูชาแต่เทวดาเท่านั้น.

 

พระโพธิสัตว์บังเกิดในปัจฉิมชาติ รู้พระองค์ในกาลทั้ง ๓

๑. มาตุกุจฺฉิยํ โอกฺกมเน ในกาลเมื่อเสด็จลงสู่พระครรภ์พระมารดา.
๒. ตตุถ วาเส ในกาลเมื่อเสด็จอยู่ในพระครรภ์พระมารดา.
๓. นิกฺขมเน จ ในกาลเมื่อเสด็จออกจากพระครรภ์พระมารดา.

ปริยัติเรียน ๓ อย่าง

๑. อลคทูปริยัตติ เรียนเพื่อปรารถนาลาภสักการะ คือเรียนดุจงูพิษ หวังลาภ.
๒. นิตถรณปริยัตติ เรียนเพื่อเป็นปัจจัยที่จะได้ยกตนให้พ้นจากวัฏฏสงสาร.
๓. ภัณฑาคาริกปริยัติ เรียนเพื่อเป็นคลังแห่งพระธรรม เหมือนนายคลังผู้รักษาไว้ซึ่งพระราชทรัพย์.
อลคทูปริยัตตินั้น บางท่านแปลว่า เรียนเพื่อทำตนเป็นงูพิษ ข้อนี้ท่านจะมีความหมายอย่างไร ผู้รู้โปรดพิจารณา อีกอย่างหนึ่งแปลว่า เรียนเหมือนอย่างคนจับงูพิษข้างหาง แปลอย่างนี้ พอมองเห็นความมุ่งหมายได้ คือการจับงูพิษข้างหางจะต้องถูกมันเอี้ยวตัวมาฉกเอา บางทีจะต้องถึงแก่ความตาย ผู้เรียนธรรมที่มีโทษเหมือนอย่างนี้ ก็ได้แก่เรียนเพื่อมุ่งลาภผล ลาภผลกลับจะฆ่าเขาเอง ดังพระพุทธภาษิตว่า “สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ.” ตามที่แปลกันทั่วๆไปดังนี้
๑. เรียนเพื่อทำตนเป็นงูพิษ ๒. เรียนเพื่อหนีทุกข์ ๓. เรียนเพื่อเป็นคลังพระธรรม.

บุญญนิธิอำนวยสมบัติ ๓

๑. มานุสิกา จ สมฺปตฺติ, มนุษย์สมบัติ.
๒. เทวโลเก จ ยา รติ ทิพพสมบัติ. (สวรรคสมบติ)
๓. ยา จ นิพฺพานสมฺปตฺติ, นิพพานสมบัติ.
มานุสิกา จ สมฺปตฺติ เทวโลเก จ ยา รติ
ยา จ นิพพานสมฺปตฺติ สพฺพเมเตน ลพฺภติ
เทวดาและมนุษย์ ย่อมได้สมบัติ ๓ ประการ คือ
๑ มนุษย์สมบัติ ฯลฯ ด้วยบุญฤทธิ์ บุญฤทธิ์ หมายเอาอะไรได้อธิบายไว้แล้วในหมวด ๑.

มิตรแตกกันเพราะเหตุ ๓

๑. อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา เพราเหตุคลุกคลีกันเกินไป.
๒. อสโมสรเณน เพราะไม่ได้ร่วมกันเลย.
๓. อกาเล ยาจนาย เพราะขอของรักในกาลที่ไม่ควรขอ.
อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา อสโมสรเณน จ
เอเตน มิตฺตา ชีรนฺติ อกาเล ยาจนาย จ.
มิตรทั้งหลายย่อมแหนงหน่ายกัน เพราะเหตุ ๓ อย่างคือ
๑. อจฺจาภิกฺขณสํสคฺคา เพราะคลุกคลีกันเกินไป
๒. อสโม สรเณน จ เพราะการไม่ไปมาหากัน
๓. อกาเล ยาจนาย จ เพราะการขอในเวลาไม่สมควร

มิตรที่รักกันยั่งยืนเพราะเหตุ ๓

๑. ตสฺมา นาภิกฺขณํ คจฺเฉ ไม่ไปมาหาสู่กันให้พร่ำเพรื่อ.
๒. น จ คจฺเฉ จิราจิรํ ไปมาหาสู่กันอย่าให้เว้นระยะนานนัก.
๓. กาเลน ยาจํ ยาเจยฺย ขอแต่สิ่งที่ควรขอตามกาลที่ควรขอ.
ตสฺมา นาภิกฺขณํ คจฺเฉ น จ คจฺเฉ จิราจิรํ
กาเลน ยาจํ ยาเจยฺย เอวํ มิตฺตา น ชิรเร.
เพราะฉะนั้น (ผู้หวังสามัคคีรสในระหว่างมิตร) ไม่ควรไปมาหากันให้พร่ำเพรื่อ แต่ไม่ควรปล่อยไว้ให้นานนัก ควรขอแต่สิ่งที่ควรขอตามกาละ เมื่อทำได้ดังนี้ มิตรทั้งหลายก็จะไม่แหนงหน่ายกัน.

คติของผู้ครองเรือน ๓

๑. พึงพิจารณาดูความสิ้นเปลืองแห่งยาหยอดตา.
๒. พึงพิจารณาดูความสะสมของตัวปลวก.
๓. พึงพิจารณาดูการรวบรวมน้ำหวานของแมลงผึ้ง.
อญฺชนํ ขยํ ทิสฺวา อุปจิกานญฺจ อาจยํ
มธูนญฺจ สมาหารํ ปณฺฑิโต ฆรมาวเส.
บัณฑิตผู้ฉลาดพึงดูความสิ้นเปลืองแห่งยาหยอดตา ฯลฯ แล้วพึงอยู่ครองเรือน.
ผู้ครองเรือนเมื่อคิดจะตั้งตัวเป็นหลักเป็นฐานและมีความเจริญด้วยโภคทรัพย์ พึงพิจารณาอาการทั้ง ๓ นี้ให้เป็นเครื่องเปรียบเทียบ แล้วปฏิบัติตามก็จะถึงความเจริญได้ คติทั้ง ๓ นี้มีข้อที่จะพึงปฏิบัติได้ ดังนี้.
๑. ความสิ้นเปลืองแห่งยาหยอดตา หมายถึงการใช้จ่ายอย่าให้ฟุ่มเฟือยและสุรุ่ยสุร่ายมากนัก แม้แต่ยาหยอดตาซึ่งเราหยดใส่ตาแม้เพียงหยดสองหยด นานๆเข้าก็หมดขวดได้ ข้อนี้พึงยึดสุภาษิตของสุนทรภู่ว่า.
มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
๒. ความสะสมของปลวก หมายถึงการรู้จักเก็บหอมรอมริบ และสะสมไว้ทีละเล็กละน้อยอาจจะมีมากขึ้นได้ และความสามัคคีของปลวกซึ่งช่วยกันสะสม ไม่แก่งแย่งกัน ตัวนิดเดียวสามารถสร้างจอมปลวกใหญ่โตได้.
๓. การรวบรวมน้ำหวานของแมลงผึ้ง ก็หมายความ ๒ อย่างเหมือนข้อ ๒ คือช่วยกันสะสมประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง หมายถึงการพยายามแสวงหา คือความเพียรพยายามไม่ย่อท้อ แม้ต้องข้ามห้วย ขึ้นเขา ตกน้ำตกท่าในเรื่องการไปแสวงหาเกสรดอกไม้มาทำน้ำผึ้ง บางคราวเราจะได้เห็นตัวผึ้งตกน้ำกระเสือกกระสนไปมา เวลาไปเอาเกสรบัวก็มี นี้แสดงว่าแม้ต้องฝ่าอันตรายก็ยอมทน หากคนเราได้พยายามเช่นนี้ ก็คงมีความเจริญขึ้นได้ด้วยโภคทรัพย์เป็นแน่นอน เพราะฉะนั้นอาการทั้ง ๓ อย่างนี้ ผู้คิดจะครองเรือน พึงถือเอาเป็นตัวอย่าง.

 

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน