พร ๓ ประการของจีน

๑. ฮก แปลว่า บุญกุศล
๒. ลก แปลว่า ยศ,บรรดาศักดิ์
๓. สิ้ว แปลว่า อายุวัฒนะ (เจริญอายุ)
นัยว่าดาว ๓ ดวง มีเทพยดา ๓ องค์ประจำดาว ๓ ดวงนี้ คือ พระเป็นเจ้าบนสวรรค์ สำหรับประสาทพรให้แก่ผู้ที่ทำความดีความชอบ แต่ชาวจีนนิยมใช้สำหรับให้พรในการมงคลต่างๆ บ้างก็ใช้กระเบื้องเคลือบทำเป็นรูป บ้างก็ใช้ไหมหยงปักในแพรแดงผืนใหญ่ เป็นรูป

เทวดา ๓ องค์คือ.

๑. ฮก นั้น คือรูปผู้ที่มีบุญกุศล มีบุตรมีบุญ.
๒. ลก นั้น รูปเป็นขุนนางชั้นสูงแต่งเครื่องยศเต็มที่.
๓. สิ้ว นั้น เป็นรูปคนแก่มีอายุ ยืนถือไม้เท้ากับรูปผลท้อ.
อีกนัยหนึ่ง ทำหรือเขียนเป็นค้างคาว ซึ่งภาษากลางของจีนเรียกค้างคาวว่า “ฮก” ทำหรือเขียนเป็นรูปกวางซึ่งภาษากลางของจีนเรียกว่า “ลก” ทำหรือเขียนเป็นรูปอีแปะมีอักษรไขว้เรียกว่า “สิ้ว” ใช้ ๓ อย่างนี้ต่าง “ฮก..ลก..สิ้ว..” นี้ให้เป็นของขวัญในการมงคลต่างๆ.

คำว่า โอม

“โอม” เป็นคำย่อมาจาก อ,อุ, ม. ข้างพราหมณ์
๑. อ. หมายความว่า พระวิษณุ.
๒. อุ. หมายความว่า พระศิวะ.
๓. ม. หมายความว่า พระพรหม.
ข้างพระพุทธศาสนา เลียนเอามาเป็นพระรัตนตรัย คือ
๑. อ. หมายความว่า อรหํ (พระพุทธ)
๒. อุ หมายความว่า อุตตมธรรม (พระธรรม)
๓. ม. หมายความว่า มหาสังฆ (พระสงฆ์)
เมื่อเข้าสมาสจึงเป็น “โอม” นับถือเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำภาวนา หรือกล่าวรับด้วยความนับถือ เช่นเดียวกับ “ชโย”

ความเห็นนายเบียเรส

(โยคีชาวอีนเดีย)
คำว่า “โอม” ที่ว่าแผลงมาจาก “อ.อุ.ม.” นั้นผิด ที่จริงคำว่า “อ.อุ ม.” แผลงมาจากโอม “โอม” มีมาก่อน “อ.อุ ม.” คำว่า “โอม” นี้เป็นอุทาน มนุษย์เลียนมาจากน้ำทะเล เสียงฟ้าร้อง เสียงลมพัด เสียง “โอม” เป็นเสียงแรกที่มนุษย์รู้สึกว่า เป็นเครื่องแสดงความพิลึกมหึมา มนุษย์เข้าใจว่าเสียง “โอม” นั้น เป็นเสียงธรรมชาติ หรือเสียงพระเจ้าที่จะประสาทความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่โลก มนุษย์จึงเลียนเอาเสียงนี้มาใช้ เริ่มต้นเวทย์มนต์เพื่อแสดงความศักดิ์สิทธิ์.

กล่าวนโม ๓ จบ นมัสการพระพุทธเจ้า ๓ ประเภท

จบที่ ๑ สำหรับนมัสการพระสัทธาธิกพุทธเจ้า.
จบที่ ๒ สำหรับนมัสการพระปัญญาธิกพุทธเจ้า.
จบที่ ๓ สำหรับนมัสการพระวิริยาธิกพุทธเจ้า.

 

ความหมายแห่งรัตนตรัย

๑. รมิตพฺพํ ชนทั้งหลาย ย่อมยินดีซึ่งวัตถุอัน
เอตฺถาติ รํ อริยบัณฑิต พึงยินดีในหมวด ๓ แห่งปูชนียวัตถุ (คือรัตนตรัย) นี้จึงได้นามว่า ระ
๒. อตฺตานํ ภชนฺเต หมวด ๓ แห่งปูชนียวัตถุใด ย่อม
อุปเสวนฺเต ยังชนผู้คบ คือเข้าไปเสพซึ่งตนให้
ทุคฺคติโต ข้ามพ้นจากทุคติและห้วงมหรรณพ
สํสารมหณฺณวโต คือสังสารวัฎฎ์ เหตุนั้น หมวด ๓
วา ตาเรตีติ ตํ แห่งปูชนียวุตถุนั้น จึงได้นามว่า ตะ.
๓. อตฺตานํ อนุสฺสรนฺเต หมวด ๓ แห่งปูชนียวัตถุใด
สุคตินิพฺพานานิ ย่อมนำชนผู้ระลึกถึงตนไปสู่
เนตีติ นํ. สุคติ และนิพพาน เหตุนั้น จึงได้นามว่า นะ.
รตนะแยกออกเป็น ๓ อักษร อักษร ร มาจาก รมฺ ธาตุ ในอรรถว่าบันเทิง ต มาจาก ตรฺ ธาตุ ในอรรถว่าข้าม น มาจาก นิ ธาตุ ในอรรถว่าให้ถึง รวมกันเป็นรตนะ แปลว่า เป็นที่บันเทิงของนักปราชญ์ ๑ เป็นเครื่องข้ามพ้นจากทุคติและสังสารวัฎฎ์ ๑ เป็นเครื่องนำให้ถึงสุคติ และนิพพาน ๑

เหตุที่เศร้าหมองแห่งสรณคมน์ ๓

๑. อวิชฺชา ไม่รู้ลักษณะแห่งพระรัตนตรัย.
๒. วิจิกิจฺฉา สนเทห์สงสัยในพระรัตนตรัย.
๓. มิจฺฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิด.
บุคคลที่ปราศจากปัญญา ไม่รู้แจ้งว่าพระรัตนตรัยมีลักษณะอย่างไร ดีอย่างไรก็ดี มีความสนเทห์สงสัยว่า พระรัตนตรัยจะประเสริฐจริงหรือไม่ก็ดี มีความเห็นผิดจากพระรัตนตรัยก็ดี ล้วนเป็นเหตุให้ไตรสรณคมน์ของตนเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ไม่รุ่งเรือง.

 

เหตุที่รุ่งเรืองแห่งสรณคมน์ ๓

๑. มีปัญญารอบรู้ ในคุณพระรัตนตรัย.
๒. ปราศจากความสนเท่ห์สงสัย.
๓. สัมมาทิฎฐิ เห็นชอบในพระรัตนตรัย.

ทาน ๓ อย่าง

๑. จาคเจตนาทานํ ให้ด้วยเจตนาเป็นเครื่องบริจาค,
๒. วิรตฺติทานํ ให้ด้วยการงดเว้น,
๓. เทยฺยธมฺมทานํ ให้ด้วยไทยธรรม,
ข้อที่ ๑ หมายเอาเจตนาของบุคคลที่จะให้ทาน ด้วยความเชื่อความละอายบาป และความเห็นว่า การให้นั้นเป็นความดี ข้อ ๒ หมายเอาอภัยทานคือ เบญจเวรวิรัติมีปาณาติบาตเป็นต้น ข้อที่ ๓ หมายเอาวัตถุสิ่งของที่เขาจะพึงให้ มีข้าวและน้ำเป็นต้น.

ทานสมบัติ ๓

๑. เขตฺตสมฺปตฺติ ถึงพร้อมด้วยเขต.
๒. เทยฺยทมฺมสมฺปตฺติ ถึงพร้อมด้วยไทยธรรม.
๓. จิตฺตสมฺปตฺติ ถึงพร้อมด้วยเจตนา.
คำว่า “เขต” หมายเอาพระอริยบุคคล ๘ อันเป็นบุญเขตของโลก คำ “ไทยธรรม” หมายเอาของทำบุญมีข้าวและน้ำเป็นต้น อันตนหามาได้โดยชอบธรรมคำว่า “เจตนา” หมายเอาเจตนาของทายกผู้บริบูรณ์ทั้ง ๓ กาล.

ทาน ๓ อย่าง

๑. ทาสทานํ ให้เหมือนให้ทาส.
๒. สหายทานํ ให้เหมือนให้สหาย.
๓. สามีทานํ ให้เหมือนให้นาย.
การให้วัตถุสิ่งของที่เลวกว่าของที่ตนอุปโภค บริโภค ชื่อว่าทาสทาน การให้วัตถุสิ่งของที่เสมอกับของที่ตนอุปโภค บริโภค ชื่อว่าสหายทาน การให้วัตถุสิ่งของ ที่ดีกว่าสิ่งของที่ตนอุปโภค บริโภค ชื่อว่าสามีทาน.

 

ทาน ๓ อย่าง

๑. วินยทานํ ทานในพระวินัย.
๒. สุตฺตนฺตทานํ ทานในพระสูตร.
๓. ปรมตฺถทานํ ทานในพระปรมัตถ์.
วินัยทาน หมายเอาการให้ตามพระวินยานุญาต มีจีวรทานเป็นต้น สุตตันตทาน หมายเอาการให้ตามพระสูตรบ่งไว้มีให้ข้าวและน้ำเป็นต้น ปรมัตถทาน หมายเอาการให้ตามพระปรมัตถ์บ่งไว้ มีรูปทานเป็นต้น.

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน