อาการโศกของสตรี ๓

อาการแสดงความเศร้าโศกของผู้หญิงนั้น จำแนกออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. พวกหนึ่งขึ้นเสียงดัง น้ำตาไหลพราก พวกนี้เรียกว่า ร้องไห้.
๒. พวกหนึ่งส่งเสียงดัง แต่ไม่มีน้ำตา พวกนี้เรียกว่า ร่ำไห้.
๓. พวกหนึ่ง น้ำตาไหล แต่ไม่มีเสียงออกมา พวกนี้เรียกว่า สะอื้นไห้.

ลัทธิของศาสนาพราหมณ์ ๓

๑. ลัทธิอารยัน (อริยกะ).
๒. ลัทธิพราหมณ์.
๓. ลัทธิฮินดู
(คือ มีลัทธิอารยันเป็นมูลเดิม มีลัทธิพราหมณ์เป็นแก่นค้ำประกัน มีลัทธิฮินดูเป็นกิ่งก้าน เพราะลัทธิพราหมณ์ มีหลักลัทธิและตำนานเหลื่อมกลายมาจากลัทธิอารยัน ส่วนลัทธิฮินดู แตกกิ่งออกมาจากลัทธิพราหมณ์ ด้วยการดัดแปลงแก้ไขปรับปรุงขึ้นจากลัทธิพราหมณ์ ตามความเห็นของคนในชั้นหลัง).

 

นิกายพราหมณ์สมัยไตรเพท ๓

๑. พราหมณ์นิกายโหรดา มีหน้าที่เป็นผู้บูชาในลัทธิ.
๒. พราหมณ์นิกายวุทคาดา มีหน้าที่สวดขันในลัทธิอย่างดุษฎีสังเวย.
๓. พราหมณ์นิกายอัธวรรยุ มีหน้าที่จัดทำพิธีในลัทธิ.

 

ไตรเพทคัมภีร์พระเวท ๓

๑. ฤคเวท ประมวลบทสวดสรรเสริญเกียรติเทพเจ้าและขอความคุ้มครอง.
๒. สามเวท ประมวลบทสวดสำหรับเห่กล่อมเทพเจ้าในเวลาทำพิธีบูชายัญ คือพิธีที่มีการฆ่าสัตว์หรือโยนอาหารนมเนย เข้าในกองเพลิงสังเวยเทพเจ้า.
๓. ยัชุรเวท ประมวลบทสวด ในเวลาบำเพ็ญพลีกรรมอื่นๆ

ไตรรัตน์ในศาสนาคริสต์ ๓

๑. พระบิดา

๒. พระจิต

๓. พระบุตร

รวมเรียกว่า “ตรีนิติ”

 

ไตรรัตน์ในศาสนาเชน ๓

๑. สัมยัคทรรศนะ ความเห็นชอบ
๒. สัมยัคชญาณ ความรู้ชอบ
๓. สัมยัคจริต ความประพฤติชอบ

 

ไตรรัตน์ในลัทธิฮินดูของศาสนาพราหมณ์ ๓

๑. พระพรหม

๒. พระวิษณุ

๓. พระศิวะ

รวมเรียกว่า “ตรีมูรติ”

พระผู้เป็นเจ้าทั้ง ๓ ของศาสนาพราหมณ์

๑. พระพรหม หรือเรียกกันว่า พระพรหมา เป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก และเป็นพระเจ้าที่มีน้ำพระทัยดี ใครขออะไรมักให้โดยไม่ขัดความประสงค์ กล่าวกันว่า พระพรหม มีประกายสีแดง มีสี่หน้า มีสี่กร เครื่องมือมี ธารพระกร ช้อน ประคำ ธนู หม้อน้ำและคำภีร์ มีพระมเหสีชื่อ “พระรัสวดี”
เป็นพระเทวีผู้อุปถัมภ์การศึกษา มีหงส์เป็นพาหนะ.
๒. พระวิษณุ มักเรียกกันว่า “พระนารายณ์” มีหน้าที่สงวนโลก หรือกู้โลก คือเมื่อบาปกรรมเกิดมีหนาแน่นขึ้นในโลกเมื่อใด ก็อวตารลงมาช่วยเสียครั้งหนึ่ง เพื่อดับยุคเข็ญให้เย็นในโลกทั้งหลาย.
พระนารายณ์ มีพระมเหสีพระนามว่า “พระลักษมี” ที่สถิตเรียกว่า “ไวกุณฐ” ทรงครุฑเป็นพาหนะ รูปพระนารายณ์ มักเขียนเป็นชายหนุ่มรูปร่างสะสวย สีกายนิลแก่ ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ มีสี่กร ถือสังข์ ตรา ดอกบัว ธนู หรือพระขรรค์ บางรูปประทับบนดอกบัวกับพระลักษมี หรือบรรทมบนใบบัว บางทีบรรทมเหนือหลังพระยานาค.
๓. พระศิวะ มักเรียกกันว่า “พระอิศวร” มีหน้าที่เป็นผู้ล้าง ผู้ทำลายให้สูญสิ้นไป การล้างการทำลายนี้ ถือกันว่าเป็นของดี เพราะเป็นการทำให้สะอาดขึ้น.
รูปพระอิศวรมักทำเป็นสีขาว มีตาสามตา ตาที่สามอยู่ตรงหน้าผาก มีพระจันทร์ครึ่งซีกอยู่เหนือหรือล้อมตาที่สาม เกศามุ่นเป็นชฎา มีประคำกระโหลกคล้องคอ มีสังวาลเป็นงูตลอดคอสีนิล หนังช้างหรือหนังกวาง ถือตรีศูลบ้าง ธนูบ้าง บัณเฑาะว์บ้าง คทายอดหัวกระโหลกบ้าง เชือกบ่วงบาศบ้าง มีภูตเป็นบริวาร สถานที่สถิตคือเขาไกรลาศ พาหนะคือโคอุสุภราช อันมีนามว่า “นันที”
พระมเหสีพระอิศวรแบ่งเป็น ๓ ภาค คือภาคใจดีมีนามว่าพระอุมาบ้าง พระบรรพตีบ้าง ฯลฯ ภาคดุมีนามว่า ทุรคาบ้าง กาลีบ้าง ฯลฯ ในภาคใจดีนั้นมีรูปร่างงดงาม แต่ในภาคดุนั้นมีกายสีดำ รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว มีเลือดหยดตามปากและตัว มีงูเป็นเครื่งแต่ง มีหัวกระโหลกหรือหัวคนที่ตัดใหม่ๆห้อยหรือถือเอาไว้.
การบูชายัญถวายแก่พระศิวะ และพระอุมานั้น ต้องใช้ฆ่าคนจึงจะนับว่าโปรดยิ่ง เพราะโปรดโลหิตคนมากกว่าสัตว์ และมากกว่าน้ำโสม.
พระอิศวรและพระอุมา มีพระโอรส ๒ องค์ คอพระคเณศกับพระขันธกุมาร.

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน