ความยาวนานของสังสารวัฏกำหนดมิได้

ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนบุรุษทิ้งแอกไม้ไผ่ ซึ่งมีรูอยู่เพียงรูเดียว ลงไปในมหาสมุทร ในมหาสมุทรนั้น มีเต่าตาบอดข้างหนึ่งตัวหนึ่ง ล่วงไปร้อยๆปี จะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่ง.

ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร ? จะเป็นไปได้ไหมที่เต่าตาบอดข้างหนึ่งตัวนั้น ล่วงไปร้อยๆปีจะผุดขึ้นมาครั้งหนึ่งๆ จะพึงยื่นคอเข้าไปในรู ซึ่งมีรูเดียวในแอกนั้น ? ข้าพระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนั้น จะเป็นไปได้บ้าง ก็ต่อเมื่อล่วงกาลนาน ในบางคราว.

ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อที่เต่าตาบอดข้างหนึ่งตัวนั้น ต่อล่วงไปร้อยๆปีจึงผุดขึ้นมาสักครั้งหนึ่งๆ. ภิกษุทั้งหลาย ! ยังจะเร็วเสียกว่าที่คนพาลซึ่งเข้าถึงการเกิดเป็นวินิบาตแล้ว จักได้ความเป็นมนุษย์สักครั้งหนึ่ง ข้อนั้น เพราะเหตุไร ?

ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนั้น เพราะเหตุว่า ในหมู่สัตว์จำพวกวินิบาตนั้น ไม่มีการประพฤติเป็นธรรม ประพฤติธรรมไม่สม่ำเสมอ ไม่กระทำกรรมอันเป็นกุศล ไม่กระทำอันเป็นไปเพื่อความดี มีแต่การเคี้ยวกินซึ่งกันและกัน. ข้อนั้น เพราะเหตุไร ?

ภิกษุทั้งหลาย ! การที่สัตว์มีกำลังมากกว่า เคี้ยวกินสัตว์ที่มีกำลังน้อยกว่า ย่อมเป็นไปเป็นธรรมดา ในหมู่สัตว์จำพวกวิบาตนั้น. ข้อนั้น เพราะเหตุไร ?

ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนั้น เพราะความที่ไม่เห็นอริสัจทั้ง ๔. อริสัจ ๔ อย่างไร ? คือ อริยะสัจคือทุกข์ อริยะสัจคือเหตุให้เกิดทุกข์ อริยะสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อริยะสัจคือทางปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์.

ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ เธอพึงประกอบโยคกรรมอันเป็นเครื่องกระทำให้รู้ว่า ทุกข์เป็นอย่างนี้ เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างนี้ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้ ทางปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้.

 

อ้างอิง ไตร. บาลีสยามรัฐ มหาวาร.สํ. ๑๙ / ๕๖๘ / ๑๗๔๓. อริย. ๑๐๒.