ปัจจนิกธรรม  ๑๘  ประการ

  1. สังโยชน์ ๑๐ มีกามราคะเป็นต้น  ชื่อว่าสังโยชน์  เพราะประกอบสัตว์ไว้ในโลก  ทั้ง ๑๐ นี้มีปรากฏอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  2. กิเลส ๑๐ คือ  โลภะ ๑   โทสะ ๑   โมหะ ๑   มานะ ๑   ทิฏฐิ ๑   วิจิกิจฉา ๑   ถีนะ ๑   อุทธัจจะ ๑   อหิริกะ ๑   อโนตตัปปะ ๑   ชื่อว่ากิเลสเพราะเป็นเหตุทำให้เศร้าหมอง
  3. มิจฉัตตะ ๑๐ มีมิจฉาทิฏฐิ  เป็นต้น  ชื่อว่ามิจฉัตตะ  เพราะเหตุประพฤติเป็นไปในทางผิด  ทั้ง ๑๐ นี้มีปรากฎอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  4. โลกธรรม ๘ มีลาภะ เป็นต้น  ที่ชื่อว่าโลกธรรมเพราะเหตุครอบงำสัตว์โลก  และสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามธรรมนั้น  ทั้ง ๘ นี้  มีปรากฏอยู่ใน  นวโกวาทแผนกธรรม
  5. มัจฉริยะ ๕ มีอาวาสมัจฉริยะเป็นต้น  ทั้ง ๕ นี้  มีปรากฏอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  6. วิปลาส ๓ คือ  สัญญาวิปลาส ๑   จิตตวิปลาส ๑   ทิฏฐิวิปลาส ๑
  7. คันถะ ๔ คือ   อภิชฌา ๑   พยาบาท ๑   สีลัพพตปรามาส ๑   อิทังสัจจาภินิเวส  คือความถือมั่นในวาทะของตนว่า  สัตว์บุคคลนั้นมีจริง  จะว่าเป็นอย่างอื่นนั้นผิดไป ๑  ชื่อว่าคันถะ  เพราะเหตุผูกพันรัดรึงตรึงสัตว์ไว้ในสังสารทุกข์หาที่สุดมิได้
  8. อคติ ๔ มีฉันทาคติเป็นตน  ทั้ง ๔ นี้มีปรากฏอยู่ในนวโกวาท  แผนกธรรม
  9. อาสวะ ๔ มีกามาสวะเป็นต้น  ทั้ง ๔  นี้มีปรากฏอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  10. โอฆะ ๔ มีกาโมฆะเป็นต้น   เหมือนกันกับอาสวะ
  11. โยคะ ๔ มีกามโยคะเป็นต้น  เหมือนกันกับอาสวะ
  12. นิวรณ์ ๕ มีกามฉันทนิวรณ์เป็นต้น  ทั้ง ๕  นี้มีปรากฏอยู่ในนวโกวาทแผนกธรรม
  13. ปรามาส ๓  คือมิจฉาทิฏฐิ  ความเห็นผิด  เช่น  เห็นว่า  ร่างกายนี้มีความงดงามเป็นต้น  ไม่เห็นเป็นของปฏิกูล
  14. อุปาทาน ๔ มีกามุปาทานเป็นต้น  ทั้ง ๕  นี้มีปรากฏอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  15. อนุสัย ๗ มีกามราคะเป็นต้น  ทั้ง ๗  นี้มีปรากฏอยู่ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ ๒
  16. มลทิน ๓ คือ   ราคะ ๑   โทสะ ๑   โมหะ ๑   ชื่อว่ามละ  เพราะเป้นมลทิน  คือทำให้เศร้าหมอง
  17. อกุศลกรรมบถ ๑๐ มีปาณาติบาตเป็นต้น  ทั้ง ๑ๆ  นี้มีปรากฎอยู่ในนวโกวาทแผนกธรรม
  18. อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ คือโลภมูลจิต ๘   โทสมูลจิต ๒   โมหมูลจิต ๒   รวมเข้ากันเป็น ๑๒

          ในคัมภีร์  อภิธัมมัตถสังคหะ  ปริจเฉทที่ ๑  จิตตสังคหวิภาค  ได้อธิบายอกุศลจิตไว้ดังนี้   โลภมูลจิต ๘ คือ  โลภจิตอันเกิดและดับพร้อมด้วยโสมนัสเวทนา  และสัมปยุตด้วยมิจฉาทิฏฐิ  เป็นสสังขาริก ๑   โลภจิตอันเกิดและดับพร้อมด้วยโสมนัสเวทนา  แต่ทว่าปราศจากมิจฉาทิฏฐิเป็นอสังขาริก ๑   เป็นสสังขาริก ๑   โลภจิตอันเกิดแลดับพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา  และสัมปยุตด้วยมิจฉาทิฏฐิ  เป็นอสังขาริก ๑   เป็นสสังขาริก ๑  โลภจิตอันเกิดและดับพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา  แต่ทว่าปราศจากมิจฉาทิฏฐิ  เป็นอสังขาริก ๑  เป็นสสังขาริก ๑

         โทสมูลจิต ๒  คือ  อกุศลจิตอันเกิดและดับพร้อมด้วยโทมนัสเวทนา  และสัมปยุตด้วยปฏิฆะ  คือโทโสเจตสิกเป็นอสังขาริก  คือโกรธเองหาผู้จะยุยงให้โกรธมิได้ ๑   เป็นสสังขาริกคือมีผู้ยุยงแล้วจึงโกรธ ๑

          โมหมูลจิต ๒  คือ  โมหจิตอันเกิดและดับพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา  และสัมปยุตด้วยอุทธัจจเจตสิก  มีลักษณะอันทำจิตให้กำเริบฟุ้งซ่านสะทกตกใจไม่สงบลงได้ ๑   โมหจิตอันประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา  และสัมปยุตด้วยวิจิกิจฉาเจตสิก  มีลักษณะให้สงสัยปราศจากปัญญา  และเป็นเหตุให้บังเกิดความลำบากใจในเมื่อคำนึงคิดซึ่งสภาวธรรม ๑

    ปัจจนิกธรรม ๑๘  เหล่านี้  เป็นธรรมอันพระอริยมรรคญาณทั้ง ๔  พึงละเสียตามสมควรแก่กำลัง