คฤหัสถ์ผู้อยู่ครองเรือนบริโภคกาม จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นพระอรหันต์

…พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามดังนี้ว่า “คหบดี ทานประจำตระกูลท่านยังให้อยู่หรือ”

คหบดีกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทานประจำตระกูลข้าพระองค์ยังให้อยู่ ทั้งทานนั้นข้าพระองค์ให้ในภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ หรือผู้บรรลุอรหัตตมรรคผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร”

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “คหบดี ท่านผู้เป็นคฤหัสถ์ เป็นกามโภคี อยู่ครองเรือน นอนเบียดเสียดบุตร ใช้สอยผงแก่นจันทน์จากแคว้นกาสี ทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเครื่องลูบไล้ ยินดีทองและเงินอยู่ พึงรู้ข้อนี้ได้ยากว่า ‘เหล่านี้คือพระอรหันต์ เหล่านี้คือท่านผู้บรรลุอรหัตตมรรค’

ข้อความบางตอนใน ทารุกัมมิกสูตร อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=22&siri=310
อรรถกถาทารุกัมมิกสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=22&i=330
*****
สรุปความจากทารุกัมมิกสูตร ได้ว่า พระผู้มีพระภาคตรัสถามทารุกัมมิกคหบดีว่า ท่านยังให้ทานประจำตระกูลอยู่หรือไม่ เมื่อคหบดีกราบทูลว่า ยังให้อยู่ และให้แก่ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ หรือผู้บรรลุอรหัตตมรรค ผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร

พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ท่านเป็นคฤหัสถ์อยู่ครองเรือน เพียบพร้อมด้วยกามคุณ จึงรู้ได้ยากว่า ใครเป็นพระอรหันต์หรือเป็นผู้บรรลุอรหัตตมรรค จึงทรงแสดงภิกษุ ๖ จำพวก คือ 
(๑) ผู้อยู่ป่าเป็นวัตร (๒) ผู้อยู่ใกล้บ้าน (๓) ผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
(๔) ผู้รับนิมนต์ (๕) ผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร (๖) ผู้ทรงคหบดีจีวร

ซึ่งแต่ละจำพวกถ้ามีธรรมฝ่ายชั่ว คือ เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว โลเล ปากกล้า พูดพร่ำเพรื่อ หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ ก็จะถูกติเตียน

ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีธรรมฝ่ายดี คือ เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ถือตัว ไม่โลเล ไม่ปากกล้า ไม่พูดพร่ำเพรื่อ มีสติมั่นคง มีสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น มีจิตแน่วแน่ สำรวมอินทรีย์ ก็จะได้รับการสรรเสริญ

พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้คหบดีถวายสังฆทาน ดังข้อความว่า “คหบดี เชิญท่านถวายสังฆทานเถิด เมื่อท่านถวายสังฆทานอยู่ จิตจักเลื่อมใส หลังจากตายแล้วท่านจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์”