6.3  มาตุคาม

      (560)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  การติดตอกับมาตุคาม  เป็นปฏิปักษ์ต่อพรหมจรรย์

(80.37/193 หรือ 45.24/138  กัณฏกสูตร)

      (561)  ภิกษุพึงปฏิบัติต่อมาตุคาม 3 ประการ  คือ

                 1.  การไม่เห็น (ไม่มองดู)

                 2.  ถ้าจำเป็นต้องเห็น  ก็ไม่พึงเจรจาด้วย

                 3  ถ้าจำเป็นต้องเจรจา  พึงตั้งสติไว้

(80.15189-190 หรือ 45.10/136  มหาปรินิพพานสูตร)

      (562)  ธรรมดาว่าหญิงเป็นคนมักโกรธ ไม่รู้จักคุณ ชอบส่อเสียดชอบยุยงให้แตกกัน  ดูกรภิกษุ  ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด  ท่านจะไม่เสื่อมจากสุข.

(80.42/26 หรือ 45.27/20  ตักกชาดก)

      (563)  ธรรมดาว่าหญิงเหล่านี้  เป็นผู้ยังบุรุษให้งงงวย  มีมารยามาก  และยังพรหมจรรย์ให้กำเริบ  จะจมลงในอบาย  บัณฑิตรู้ชัดอย่างนี้แล้ว  พึงหลีกเว้นเสียให้ห่างไกล.

(80.42/140 หรือ 45.27/102  จุลลปโลภนชาดก)

      (564)  ธรรมดาสตรีมีปรกติหมุนเวียนมีมากมาย  มักทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ  ย่อมทำนักพรตให้จมลง  ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว  พึงเว้นเสียให้ห่างไกล.

      สตรีทั้งหลายมีวาจาไพเราะ  มีสัมภาสอ่อนหวาน  ยากที่จะให้เต็มได้เสมอด้วยแม่น้ำ  สตรีทั้งหลายย่อมเข้าไปส้องเสพบุรุษใด  ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม  ย่อมพลันตามเผาผลาญบุรุษนั้น  เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ตนเอง  ฉะนั้น.

(80.43/669-670 หรือ 45.426-427  มหาปโลภนชาดก)

      (565)  มุนีเหล่าใด  ย่อมไม่พัวพันในหญิงทั้งหลาย  มุนีเหล่านั้น  ย่อมนอนหลับเป็นสุข  สัจจะที่ได้ยากแสนยากในหญิงเหล่าใด  หญิงเหล่านั้นอันบุคคลต้องรักษาทุกเมื่อแท้.

(80.41/411 หรือ 45.26/282  โคตมเถรคาถา)

      (566)  ราคะบัณฑิตกล่าวว่าเป็นทางผิด  วัยสิ้นไปตามคืนและวัน  หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์  หมู่สัตว์นี้ย่อมติดอยู่ในหญิงนี้  ตบะและพรหมจรรย์นั้น  มิใช่น้ำ  แต่เป็นเครื่องชำระล้าง.

(80.23/71 หรือ 45.15/51  อุปปถสูตร)

      (567)  น้ำดองในโลกเขาเรียกชื่อว่าสุรา  สุราทำให้ใจฮึกเหิม  มีกลิ่นหอม  ทำให้พูดมาก  มีรสหวานแหลมปานน้ำผึ้ง  พระอริยทั้งหลาย  กล่าวสุรานั้นว่า เป็นพิษของพรหมจรรย์.

      หญิงในโลกย่อมย่ำยีบุรุษผู้ประมาทแล้ว  หญิงเหล่านั้นย่อมจูงจิตของบุรุษไปเหมือนลมพัดปุยนุ่นที่หล่นจากต้นไป  ฉะนั้น  นี่บัณฑิตกล่าวว่าเป็นเหวของพรหมจรรย์.

      ลาภ  สรรเสริญ  สักการะและการบูชาในตระกูลอื่นๆ  นี่บัณฑิตกล่าวว่า  เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์.

(80.43/508 หรือ 45.27/331  จุลลนารทกัสสปชาดก)

      (568)  เบญจกามคุณอันน่ารื่นรมย์ใจเหล่านี้  คือ  รูป  เสียง  กลิ่น  รส  และ  โผฏฐัพพะ  ที่มีปรากฏอยู่ในรูปร่างหญิง  ย่อมล่อลวงปุถุชนให้ลำบาก  เหมือนพรานเนื้อแอบตัดเนื้อด้วยเครื่องตักพรานเบ็ดจับปลาด้วยเบ็ด  บุคคลจับวานรด้วยเครื่องล่อ  ฉะนั้น.

      ปุถุชนเหล่าใด  มีจิตกำหนัด  เข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น  ปุถุชนเหล่านั้น  ย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้เจริญ  ย่อมก่อภพหน้าใหม่ขึ้นอีก  ส่วนผู้ใดงดเว้นหญิงเหล่านั้น  เหมือนบุคคลสลัดหัวงูด้วยเท้า  ผู้นั้นเป็นผู้มีสติระงับตัณหาอันซ่านไปในโลกเสียได้  เห็นโทษในกาม  เห็นการออกบรรพชาโดยความเกษม  สลัดตนจากกามทั้งปวงแล้ว  ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ.

(80.41/479-480 หรือ 45.26/330  สัพพกามเถรคาถา)

      (569)  บัณฑิตเจรจากับบุรุษผู้ถือดาบอย่างคมกล้า  พึงเจรจากับปีศาจผู้ดุร้าย  แม้จะพึงเข้าไปนั่งใกล้งูพิษร้าย  แต่ไม่ควรเจรจากับหญิงตัวต่อตัว  เพราะว่าหญิงเป็นผู้ย่ำยีจิตของโลก  ถืออาวุธคือการฟ้อนรำ  ขับร้องและการเจรจา  ย่อมเบียดเบียนบุรุษผู้ไม่ตั้งสติไว้  เหมือนหมู่รากษสที่เกาะเบียดเบียนพวกพ่อค้า  ฉะนั้น.

      หญิงไม่มีวินัย  ไม่มีสังวร  ยินดีในน้ำเมาและเนื้อสัตว์  ไม่สำรวจผลาญทรัพย์  ที่บุรุษหามาได้โดยยากให้ฉิบหาย  เหมือนปลาติมิงคละกลืนกินมังกรในทะเล  ฉะนั้น.

      หญิงมีกามคุณ 5  อันน่ายินดีเป็นทำเลหากิน  เป็นคนหยิ่ง  จิตไม่เที่ยงตรง  ไม่สำรวม  ย่อมเข้าไปหาผู้ชายประมาท  เหมือนแม่น้ำทั้งหลายอันไหลไปสู่มหาสมุทร  ฉะนั้น.

      หญิงได้ชื่อว่าฆ่าชายด้วยราคะและโทสะ  เข้าไปหาชายคนใดเพราะความพอใจ  เพราะความกำหนัดหรือเพราะต้องการทรัพย์  ย่อมเผาชายเช่นนั้นเสีย  เช่นกับเปลวไฟ.

      หญิงรู้ว่าชายมั่งคั่ง  มีทรัพย์มาก  ย่อมเข้าไปหาชาย  ย่อมให้ทั้งทรัพย์และตนเอง  ย่อมเกาะชายที่มีจิตถูกราคะย้อม  เหมือนเถาย่านทรายเกาะไม้สาละในป่า  ฉะนั้น.

      หญิงประดับร่างกายหน้าตาให้สะสวย  เข้าไปหาชายด้วยความพอใจมีประการต่าง ๆ  ทำยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  ใช้มายาตั้งร้อย  เหมือนดังเล่นกลและอสุรินทีราหู.

      หญิงประดับประดาด้วยทองแก้ว  มณี  และมุกดา  ถึงจะมีคนสักการะและรักษาไว้ในตระกูลสามี  ก็ยังประพฤตินอกใจสามี  ดังหญิงที่อยู่ในทรวงอก  ประพฤตินอกใจมานพ  ฉะนั้น.

      จริงอยู่  นรชนผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา  แม้จะมีเดช  มีมหาชนสักการะบูชา  ถ้าตกอยู่ในอำนาจของหญิงแล้ว  ย่อมไม่รุ่งเรือง  เหมือนพระจันทร์ถูกราหูจับ  ฉะนั้น.

      โจรผู้มีจิตโกรธ  คิดประทุษร้าย  พึงกระทำแก่โจรอื่น  ซึ่งเป็นข้าศึกที่มาประจันหน้า  ส่วนผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง  ไม่มีอุเบกขา  ย่อมเข้าถึงความพินาศยิ่งกว่านั้นอีก.

      หญิงถึงจะถูกชายฉุดกระชากลากผมและหยิกข่วนด้วยเล็บ  คุกคามทุบตีด้วยเท้า  ด้วยมือ  และท่อนไม้  ก็กลับวิ่งเข้าหา  เหมือนหมู่แมลงวันที่ซากศพ  ฉะนั้น.

      บุรุษมีจักษุคือปัญญา  ปรารถนาความสุขแก่ตน  พึงเว้นหญิงเสียเหมือนกับบ่วงและข่ายที่ดักไว้  ในสกุลในถนนสายหนึ่ง  ในราชธานี  หรือในนิคม.

      บุรุษผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง  ย่อมถูกติเตียนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า  กรรมของตนกระทบแล้ว  เป็นคนโง่เขลา  ย่อมไปพลั้ง ๆ พลาด ๆ โดยไม่แน่นอน  เหมือนรถ  ที่เทียมด้วยลาโกง  ย่อมผิดทางฉะนั้น.

      ผู้ตกอยู่อำนาจของหญิง  ย่อมเข้าถึงนรกเป็นที่เผาสัตว์ให้รุ่มร้อนและนรกอันมีป่าไม้งิ้ว  มีหนามแหลมดังหอกเหล็ก  มาแล้วในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน  ย่อมไม่พ้นจากวิสัยเปรตและอสุรกาย.

      หญิงย่อมทำลายความเล่นหัว  ความยินดี  ความเพลิดเพลินอันเป็นทิพย์  และจักรพรรดิสมบัติในมนุษย์  ของชายผู้ประมาทให้พินาศ  และยังทำชายนั้นให้ถึงทุคติอีกด้วย.

      ชายเหล่าใด  ไม่ต้องการหญิง  ประพฤติพรหมจรรย์  ชายเหล่านั้นพึงได้การเล่นหัว  ความยยินดีอันเป็นทิพย์  จักรพรรดิสมบัติในมนุษย์  และนางเทพอัปษรอันอยู่ในวิมานทองโดยไม่ยากเลย.

       ชายเหล่าใด  ไม่ต้องการหญิง  ประพฤติพรหมจรรย์  ชายเหล่านั้นพึงได้คติที่ก้าวล่วงเสีย  ซึ่งกามธาตุ  รูปธาตุ  สมภพและคติที่เข้าถึงวิสัยความปราศจากราคะ  โดยไม่ยากเลย.

      ชายเหล่าใด  ไม่ต้องการหญิง  ประพฤติพรหมจรรย์  ชายเหล่านั้นเป็นผู้ดับแล้ว  สะอาด  พึงได้นิพพานอันเกษม  อันก้าวล่วงเสีย  ซึ่งทุกข์ทั้งปวง  ล่วงส่วน  ไม่หวั่นไหว  ไม่มีอะไรปรุงแต่ง  โดยไม่ยากเลย.

(80.44/176-179 หรือ 45.28/108-110  กุณาลชาดก)

      (570)  ขึ้นชื่อว่าหญิงในโลกนี้เลวทราม  เพราะหญิงเหล่านั้นไม่มีเขตแดน  มีแต่ความกำหนัดยินดี  คึกคะนองไม่เลือก  เหมือนกับไฟที่ไหม้ไม่เลือก  ฉะนั้น  เราจักละทิ้งหญิงเหล่านั้นไปบวชพอกพูนวิเวก.

(80.42/26 หรือ 45.27/20  อาสาตมันตชาดก)

      (571)  หญิงเหล่านี้ดีแต่เมื่อยังไม่เข้าไปใกล้  เมื่อเข้าไปใกล้นำความฉิบหายมาให้  เป็นนิตย์ทีเดียว  เราออกจากป่ามาสู่บ้าน  เข้าไปสู่เรือนแห่งญาติแล้ว  ไม่ได้อำลาใคร ๆ ออกจากเรือนนั้น  หนีมาแล้ว.

(80.41/374 หรือ 45.26/253  โปสิยเถรคาถา)

      (572)  บุคคลผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร  พึงเข้าไปใกล้เรือนใดพึ่งรู้กุศล  คือ  อโคจร 5  ที่ควรเว้นในสกุลนั้น  บุคคลเข้าไปสู่ตระกูลอื่นเพื่อปานะหรือโภชนะแล้ว  พึงรู้จักประมาณบริโภคพอสมควร  และไม่พึงใส่ใจในรูปหญิง.

(80.43/509 หรือ 45.27/331  จุลลนารทกัสสปชาดก)  

เรื่องในหมวดเดียวกัน