2.1  วัตถุประสงค์ในการบวช

      (85)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เราย่อมอยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้  อันมีสิกขาเป็นอานิสงส์  มีปัญญาเป็นยอด  มีวิมุติเป็นแก่น  มีสติเป็นอธิปไตย.

(80.32/896 หรือ 45.21/276  อาปัตติภยวรรค)

      (86)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย   พรหมจรรย์นี้  มิใช่เป็นลาภสักการะ  และความสรรเสริญเป็นอานิสงส์  มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งศิลเป็นอานิสงส์  มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งสมาธิเป็นอานิสงส์  มิใช่มีญาณ-ทัสสนะเป็นอานิสงส์ แต่พรหมจรรย์นี้  มีเจโตวิมุติอันไม่กำเริบเป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด.

(80.18/431 หรือ 45.12/309  มหาสาโรปมสูตร)

      (87)  ดูกรภิกษุทั้งหลาย   พรหมจรรย์นี้  ภิกษุไม่อยู่ประพฤติ  เพื่อจะหลอกลวงชน  ไม่อยู่ประพฤติเพื่อจบคน  ไม่อยู่ประพฤติเพื่ออานิสงส์  คือ  ลาภสักการะและสรรเสริญ  ไม่อยู่ประพฤติด้วยคิดว่า  ชนจงรู้จักเราด้วยอาการอย่างนี้.

      ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ที่แท้พรหมจรรย์นี้  ภิกษุย่อมอยู่ประพฤติเพื่อสำรวม  เพื่อการละ  เพื่อความรู้ยิ่ง  และเพื่อกำหนดรู้.

(80.38/331-332 หรือ 45.25/222  นกุหนาสูตร)

2.2  เหตุที่ทำให้ศาสนาเสื่อม

      (88)  ดูกรกัสสป  เหตุฝ่ายต่ำ 5 ประการเหล่านี้  ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความฟั่นเฟือน  เพื่อความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม  เหตุฝ่ายต่ำ 5 ประการเป็นไฉน  คือ  ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา  ในธรรมวินัยนี้  ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา 1  ในพระธรรม 1  ในพระสงฆ์ 1  ในสิขา 1  ในสมาธิ 1  เหตุฝ่ายต่ำ 5 ประการเหล่านี้แล  ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความฟั่นเฟือน  เพื่อความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม.

(20.25/356 หรือ 45.16/247  สัทธรรมปฏิรูปกสูตร)