สัตว์โลกผู้ปุถุชนย่อมท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏอันยาวนานยากที่จะกำหนดได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่า ภิกษุทั้งหลาย ! วิญญูชนจะไม่ใส่ใจ จะไม่เอาใจใส่กับเสื้อผ้าก็ดี หรือที่ศีรษะก็ดีที่ไฟกำลังลุกโพลงอยู่ แต่จะรู้สึกว่า สิ่งที่ควรกระทำโดยยิ่ง ก็คือ ความพอใจ ความพยายาม อุสสาหะ ขะมักเขม้น ไม่ถอยหลัง สติและสัมปชัญญะ เพื่อรู้พร้อมเฉพาะตามที่เป็นจริง ซึ่งอริสัจทั้ง ๔ ที่ตนยังไม่รู้พร้อมเฉพาะ.

ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร ? ฝุ่นนิดหนึ่ง ที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนี้ ข้างไหนหนอ มากกว่ากัน ? ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! มหาปฐพีนั่นแหละ เป็นดินที่มากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนขึ้นด้วยปลายนะขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อมไม่เข้าถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้ ไม่เข้าถึงส่วนเสี้ยว.

ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใด ก็ฉันนั้นแล สัตว์ที่เกิดกลับมาสู่หมู่มนุษย์ มีน้อย สัตว์ที่เกิด กลับมาเป็นอย่างอื่นมีมากกว่า ข้อนั้น เพราะเหตุไร ? ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะความที่สัตว์เหล่านั้น ไม่เห็นอริยสัจสี่ สี่อย่างๆไร ? อริยสัจคือทุกข์ อริยสัจคือเหตุให้เกิดทุกข์ อริสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อริยสัจคือทางปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์. อ้างอิง ไตร. บาลีสยามรัฐ มหาวาร. สัง. ๑๙ / ๕๗๘ / ๑๗๕๗. อริย. ๘.

ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใด ก็ฉันนั้นแล สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้วเกิดกลับมาในหมู่เทวดามีน้อย สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้ว เกิดกลับไปในนรก ในกำเนิดเดรัจฉาน ในวิสัยแห่งเปรต มีมากกว่า.

ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใด ก็ฉันนั้นแล สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้ว จะเกิดกลับมาในหมู่มนุษย์มีน้อย สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้ว เกิดกลับไปในนรก ในกำเนิดเดรัจฉาน ในวิสัยแห่งเปรต มีมากกว่า โดยแท้.

ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใด ก็ฉันนั้นแล สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว จะเกิดกลับมาในหมู่มนุษย์มีน้อย สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว เกิดกลับไปในนรก ในกำเนิดเดรัจฉาน ในวิสัยแห่งเปรต มีมากกว่า.

ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใด ก็ฉันนั้นแล สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว จะเกิดกลับมาในหมู่เทวดามีน้อย สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว เกิดกลับไปในนรก ในกำเนิดเดรัจฉาน ในวิสัยแห่งเปรต มีมากกว่า. อ้างอิง ไตร. บาลีสยามรัฐ สํ. ๑๙ / ๕๘๗ / ๑๗๙๗.