พูดไทยเข้าใจบาลี

——————

ผมออกไปเดินออกกำลังเมื่อเช้านี้ (๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ก้าวเท้าไปพลาง กำหนดจิตไปพลาง เจริญสติกำกับจิตไปด้วย คิดอะไรก็รู้ว่ากำลังคิดอะไร

ผมคิดถึงการประชุมคณะกรรมการจัดทำศัพท์พระไตรปิฎกของราชบัณฑิตยสภาเมื่อวันจันทร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่เพิ่งผ่านมา (หรือผ่านไป)

คณะกรรมการพิจารณาข้อความที่ยกมาจากคัมภีร์ ข้อความแห่งหนึ่งว่า “เวโรจนวโจ อิทนฺติ” อีกแห่งหนึ่งว่า “น เตฺวเวกจฺจิโย นโรติ” กรรมการท่านหนึ่งเสนอว่า ควรตัด “อิติ” ท้ายประโยคออก เพราะเท่าที่พิจารณาผ่านมา ข้อความที่ยกมาทุกแห่งก็ไม่มี อิติ ต่อท้าย ที่ประชุมเห็นชอบตามเสนอ

ข้อความแรก “เวโรจนวโจ อิทนฺติ” ตัด อิติ ออก เป็น “เวโรจนวโจ อิทํ”

ข้อความที่ ๒ “น เตฺวเวกจฺจิโย นโรติ” ตัด อิติ ออก เป็น “น เตฺวเวกจฺจิโย นโร”

สุภาพสตรีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของราชบัณฑิตยสภา เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ทำหน้าที่จดบันทึกการประชุม กระซิบถามผมว่า “อิทนฺติ” ตัดเป็น “อิทํ” ทำไมไม่เป็น “อิโท” เหมือน “นโร” หรือ “นโรติ” ตัดเป็น “นโร” ทำไมไม่เป็น “นรํ” เหมือน “อิทํ”

ผมกระซิบตอบไปว่า หนูต้องไปเกิดใหม่ แล้วมาเรียนบาลีจึงจะเข้าใจ

สุภาพสตรีผู้นั้นยิ้มอย่างเข้าใจในความหมายที่ผมพูด

ความหมายที่ผมพูดก็คือ จะเข้าใจว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่เป็นอย่างโน้น ก็ต้องเรียนหลักภาษาบาลี-ซึ่งคนส่วนใหญ่ในเมืองไทยของเรานี้แม้จะเป็นชาวพุทธ แต่ก็ไม่ได้เรียน และมีคนเป็นจำนวนมากที่ชอบสวดมนต์ซึ่งเป็นภาษาบาลี ก็ไม่ได้เรียนบาลีเช่นกัน

สรุปเป็นข้อเท็จจริงได้ว่า ในบ้านเมืองของเรานี้มีคนเป็นอันมากไม่มีความรู้แม้ในสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่

ผมก็เลยมาคิดดูว่า น่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง

“อะไรสักอย่าง” – นี้ คงไม่ใช่-ทำให้คนทั้งเมืองมีความรู้ภาษาบาลี ซึ่งไม่สามารถทำได้

เอาแค่พอสนุกๆ น่าจะพอทำได้ คือทำแค่ให้ความรู้พื้นฐาน

“ความรู้พื้นฐาน” ตามกรอบที่ผมคิดก็คือ ถ้อยคำต่างๆ ที่ใช้พูดกันในแวดวงนักเรียนบาลี ซึ่งอาจเรียกว่า “ศัพท์เทคนิค” (technical term)

เช่น วิภัตติ ปัจจัย ลิงค์ แปลยกศัพท์ แปลโดยพยัญชนะ ฯลฯ

ศัพท์เทคนิคเหล่านี้ คนทั่วไปฟังแล้วจะงง ไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร

ผมมาคิดดูว่า ถ้าเอา “ศัพท์เทคนิค” มาอธิบายแบบง่ายๆ สั้นๆ ก็จะเป็นการให้ความรู้พื้นฐานสำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนบาลี

ต่อไปเมื่อไปได้ยินใครพูดคำพวกนี้ก็จะรู้ว่าหมายถึงอะไร อย่างน้อยๆ ก็พอจะ “วางมาดเล็กๆ” ได้ว่า-ฉันฟังออกนะ

ความรู้พื้นฐานพวกนี้อาจไปกระตุ้นเตือนให้อยากรู้ต่อไปอีก เป็นตัวล่อชักนำให้สนใจใคร่เรียนใคร่รู้ ค่อยๆ นำเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้บาลีต่อไปในอนาคต

เมื่อคิดดังนี้ ผมก็เลยตกลงใจว่าจะเปิดคอลัมน์ใหม่อีกคอลัมน์ ตั้งชื่อว่า “พูดไทยเข้าใจบาลี” ยกคำไทยที่ใช้พูดกันในแวดวงนักเรียนบาลีขึ้นมาอธิบายแบบง่ายๆ สั้นๆ วันละคำ ด้วยความหวังว่า ใครอ่านคอลัมน์นี้แล้ว ต่อไปพอได้ยินนักเลงบาลีพูดคำนั้น ก็จะได้ร้อง อ๋อ

คำที่จะยกมาอธิบายนี้ไม่ได้เรียงลำดับ-ไม่ว่าจะเป็นลำดับแบบไหนทั้งสิ้น นึกคำไหนได้ ก็เขียนคำนั้น

“พูดไทยเข้าใจบาลี” เป็นคนละแนวกับ “บาลีวันละคำ” ที่เขียนประจำอยู่แล้ว

“บาลีวันละคำ” เจาะลึกถึงรากศัพท์และความหมายของคำนั้นๆ

“พูดไทยเข้าใจบาลี” เน้นคำที่ใช้พูดกันในกระบวนการเรียนบาลีให้รู้ว่าหมายถึงอะไร

หวังว่าญาติมิตรจะได้ประโยชน์จากงานนี้โดยทั่วกัน

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๔:๑๐