#พูดไทยเข้าใจบาลี (1) 
——————

“ท่องหลัก”

เมื่อจะเรียนบาลี นักเรียนต้องเริ่มด้วยการ “ท่องหลัก”

คำว่า “หลัก” หมายถึง ข้อความจำนวนหนึ่งที่เป็นตัวกฎต่างๆ ในภาษาบาลี ซึ่งมีผู้เรียบเรียงไว้เป็นตำราที่ตกลงยอมรับกัน เช่น –

………………

นามศัพท์นั้นแบ่งเป็น ๓ คือ นามนาม ๑ คุณนาม ๑ สัพพนาม ๑.

นามที่เป็นชื่อของคน, สัตว์, ที่, สิ่งของ, เป็นนามนาม.

นามนามนี้แบ่งออกเป็น ๒ คือ สาธารณนาม ๑ อสาธารณนาม ๑. นามที่ทั่วไปแก่คน, สัตว์, ที่, อื่นได้ เหมือนคำว่า มนุสฺโส มนุษย์ ติรจฺฉาโน สัตว์ดิรัจฉาน นครํ เมือง เป็นต้น เป็นสาธารณนาม.

นามที่ไม่ทั่วไปแก่สิ่งอื่น เหมือนคำว่า ทีฆาวุ กุมารชื่อทีฆาวุ เอราวโณ ช้างชื่อเอราวัณ สาวตฺถี เมืองชื่อสาวัตถีเป็นต้น เป็นอาสาธารณนาม.

(บาลีไวยากรณ์ วจีวิภาค ภาคที่ ๒ นามและอัพพยศัพท์ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

………………

ข้อความข้างต้นนี่คือ “หลัก”

ข้อความที่เป็น “หลัก” นี้อาจเป็นภาษาไทยล้วน เป็นภาษาบาลีล้วน หรือเป็นภาษาไทยปนบาลี

ข้อความที่เป็น “หลัก” มีอยู่ในตำราเล่มไหน เป็นข้อความตอนไหน ตั้งแต่ไหนถึงไหน ครูหรือผู้ที่เคยเรียนมาแล้วจะเป็นผู้ชี้แนะให้ นักเรียนมีหน้าที่ “ท่อง” ตามนั้น

นักเรียนบาลีจะต้อง “ท่องหลัก” ให้จำได้ก่อนที่จะเข้าชั้นเรียน

ในชั้นเรียน ครูจะอธิบายข้อความใน “หลัก” ว่าหมายความว่ากระไร ถ้านักเรียนท่องหลักได้ ก็จะนึกออกและเข้าใจตามไปได้

แต่ถ้าท่องหลักไม่ได้ ก็จะเรียนไม่รู้เรื่อง

มีเสียงบ่นจากครูสอนบาลีรุ่นเก่าว่า นักเรียนบาลีรุ่นใหม่ไม่ชอบท่องหลัก แต่นิยมใช้วิธี “เรียนวิธีทำข้อสอบ” ทำให้สามารถสอบได้ แต่ความรู้ไม่แน่นและไม่แม่น

สอบ ป.ธ.๕ ได้ แต่ให้อธิบายหลักไวยากรณ์ ไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่เคยท่องหลัก

แบบนี้อันตรายมาก

………………

อภิปราย :

คำว่า “ท่อง” ในที่นี้ หมายถึง “กรรมวิธีถ่ายโอนข้อมูลจากแหล่งข้อมูลมาไว้ในความทรงจำ”

ถ้าตาดูหูฟังครั้งเดียว แล้วจำข้อมูลได้หมด ก็ไม่จำเป็นต้อง “ท่อง”

แต่เพราะมนุษย์ธรรมดาส่วนมากตาดูหูฟังครั้งเดียวย่อมจำข้อมูลไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีทบทวนซ้ำๆ บ่อยๆ

กิริยาที่ทบทวนซ้ำๆ บ่อยๆ นั่นเองคือที่เราเรียกกันว่า “ท่อง” คือการถ่ายโอนข้อมูล

การถ่ายโอนข้อมูลคือกระบวนการหนึ่งของการศึกษา

นักการศึกษาสมัยใหม่ปฏิเสธ “การท่องจำ” และตำหนิระบบการเรียนของพระพุทธศาสนาว่าดีแต่สอนให้ท่องจำ “ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง” คิดอะไรเองไม่เป็น

เป็นการมองผิดมุม และมองอย่างตื้นที่สุด

การท่องไม่ใช่การปิดกั้นความคิด ตรงกันข้าม การท่อง (การถ่ายโอนข้อมูล) เป็นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ความคิด ทำให้กล้าคิด ทำให้คิดอย่างมั่นใจ เพราะมีข้อมูลมากพอ

พระพุทธศาสนาไม่เคยห้ามคิดต่าง
แต่เตือนให้ระวัง-อย่าคิดผิด

จะรู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูก ก็ต้องมีข้อมูลมากพอและแม่นพอ

จะได้ข้อมูลมากพอและแม่นพอ ก็ต้องรับการถ่ายโอน

ถ้าดู ฟัง อ่าน เที่ยวเดียว ทีเดียว ครั้งเดียว สามารถซึมซับรับการถ่ายโอนข้อมูลได้หมด ก็ไม่ต้องท่อง เอาข้อมูลไปคิดต่อยอดได้เลย

แต่เพราะทุกคนไม่ใช่มนุษย์อัจฉริยะแบบนั้น จึงต้องอาศัยวิธี “ท่อง” อันเป็นวิธีสามัญเพื่อทำให้จำข้อมูลได้

ส่วนใครที่สามารถจำได้โดยไม่ต้องท่อง ก็-เอาเลย ใช้วิธีของตัวไปเลย

เข้าใจความหมายและความมุ่งหมายของการ “ท่อง” ให้ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องมาคอยจ้องดูถูกดูแคลนกันว่า-เป็นนกแก้วนกขุนทอง

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๐๙:๐๕