#พูดไทยเข้าใจบาลี (11) 
——————

“แปลโดยอรรถ”

ในวงการบาลี การแปลมี ๓ วิธี คือ

๑ แปลยกศัพท์
๒ แปลโดยพยัญชนะ
๓ แปลโดยอรรถ

ขอพูดถึง “แปลโดยอรรถ” ก่อน เพราะผมเห็นว่าเป็นการแปลที่คนไม่มีพื้นทางบาลีจะสามารถมองภาพออกได้ง่ายกว่าอีก ๒ วิธี

ถ้าพูดว่า “แปลโดยอรรถ” ย่อมเป็นที่เข้าใจกันดีว่า หมายถึงการแปลบาลี-โดยเฉพาะคัมภีร์ที่ใช้เป็นแบบเรียนในหลักสูตรบาลีชั้นต่างๆ-โดยวิธีเก็บเอาแต่ใจความ

การแปลบาลีโดยวิธีเก็บเอาแต่ใจความ เรียกว่า “แปลโดยอรรถ”

คำว่า “อรรถ” (อัด) ในที่นี้หมายถึง “ความหมาย” หรือ “ใจความ”

เอาของจริงมาให้ดู น่าจะเข้าใจได้ง่าย

ข้อความต่อไปนี้เป็นภาษาบาลี คัดมาจากคัมภีร์ “ธมฺมปทฏฺฐกถา” (ธัมมปทัฏฐกถา อ่านว่า ทำ-มะ-ปะ-ทัด-ถะ-กะ-ถา) ภาค ๑ จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถ (เรื่องพระจักขุบาลเถระ) หน้า ๓ ซึ่งเป็นแบบเรียนของหลักสูตรชั้นประโยค ๑-๒

………………

สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏุมฺพิโก อโหสิ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโก. โส เอกทิวสํ นหานติตฺถํ คนฺตฺวา นหาตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค สมฺปนฺนสาขํ เอกํ วนปฺปตึ ทิสฺวา อยํ มเหสกฺขาย เทวตาย ปริคฺคหิโต ภวิสฺสตีติ ตสฺส เหฏฺฐาภาคํ โสธาเปตฺวา ปาการปริกฺเขปํ การาเปตฺวา วาลุกํ โอกิราเปตฺวา ธชปตากํ อุสฺสาเปตฺวา วนปฺปตึ อลงฺกริตฺวา ปุตฺตํ วา ธีตรํ วา ลภิตฺวา ตุมฺหากํ มหาสกฺการํ กริสฺสามีติ ปตฺถนํ กตฺวา ปกฺกามิ.

………………

ไม่เขียนเป็นคำอ่าน เพราะอยากให้ญาติมิตรฝึกอ่านคำบาลีไปด้วย

ภาษาอังกฤษเขียนเป็นอักษรฝรั่ง เรายังอ่านกันได้

ภาษาบาลีเขียนเป็นอักษรไทยแท้ๆ ไม่เหลือวิสัยถ้าตั้งใจฝึกอ่าน (ที่อ่านไม่ได้ไม่ใช่เพราะ “ยาก” แต่เพราะขาดความตั้งใจที่จะเรียนรู้)

ภาษาบาลีข้างต้น แปลโดยอรรถเป็นภาษาไทยดังนี้ –

………………

(๑) สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏุมฺพิโก อโหสิ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโก.

ดังได้สดับมา ในกรุงสาวัตถีมีกุฎุมพีผู้หนึ่ง ชื่อมหาสุวรรณ เป็นคนมั่งมี มีทรัพย์มาก มีสมบัติมาก (แต่) ไม่มีบุตร.

(๒) โส เอกทิวสํ นหานติตฺถํ คนฺตฺวา นหาตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค สมฺปนฺนสาขํ เอกํ วนปฺปตึ ทิสฺวา …

วันหนึ่ง เขาไปท่าอาบน้ำ อาบเสร็จแล้วกลับมา ในระหว่างทางเห็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเจ้าไพรต้นหนึ่งมีกิ่งสมบูรณ์

(๓) อยํ มเหสกฺขาย เทวตาย ปริคฺคหิโต ภวิสฺสตีติ …

คิดว่า “ต้นไม้นี้จักมีเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่สิงอยู่”

(๔) ตสฺส เหฏฺฐาภาคํ โสธาเปตฺวา ปาการปริกฺเขปํ การาเปตฺวา วาลุกํ โอกิราเปตฺวา ธชปตากํ อุสฺสาเปตฺวา วนปฺปตึ อลงฺกริตฺวา …

จึงให้ชำระส่วนภายใต้แห่งต้นไม้นั้นให้สะอาด แล้วให้วงรั้ว เกลี่ยทราย ยกธงชัยและธงปฏากขึ้น แต่งต้นไม้เจ้าไพร

(๕) ปุตฺตํ วา ธีตรํ วา ลภิตฺวา ตุมฺหากํ มหาสกฺการํ กริสฺสามีติ ปตฺถนํ กตฺวา ปกฺกามิ.

แล้วทำความปรารถนาว่า “ข้าพเจ้าได้บุตรหรือธิดาแล้ว จักทำสักการะใหญ่ถวายท่าน” ดังนี้ แล้วหลีกไป.

………………

จะเห็นได้ว่าแปลโดยอรรถเป็นวิธีแปลที่เข้าใจง่าย คนไม่รู้ภาษาบาลีอ่านคำแปลก็เข้าใจเรื่องได้ตลอด

หนังสือแปลทั่วไปที่เราอ่านกันทุกวันนี้ก็เป็นการแปลโดยอรรถแบบเดียวกันนี้ จะต่างกันบ้างก็ตรงที่นักแปลบางคนทำได้แค่ “แปลคำ” แต่บางคนทำได้ถึงระดับ “แปลภาษา”

“แปลคำ” คือถอดคำในภาษาต้นฉบับเป็นคำไทย แต่สำนวนโวหารยังเป็นภาษาต้นฉบับ ที่ในหมู่นักอ่านพูดกันว่า-มีกลิ่นนมกลิ่นเนยติดมาด้วย

คำว่า “จับแท็กซี่”
คำว่า “พลาดรถไฟ”
คำว่า “ยืนบนขาของตัวเอง”

นี่คือ “แปลคำ” คือคำเป็นคำไทย แต่สำนวนภาษาเป็นฝรั่ง

ที่ทำได้ถึงระดับ “แปลภาษา” ก็อย่างเช่นหนังสือ “กามนิต” สำนวนแปลของ “เสฐียรโกเศศ” และ “นาคะประทีป”

“กามนิต” ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ สำนวนแปลเป็นไทยไม่มีกลิ่นนมกลิ่นเนยติดมาด้วยเลย เหมือนอ่านภาษาไทยแท้ๆ ที่งดงามอลังการ

ใครยังไม่เคยอ่าน ขอแนะนำให้ไปหามาอ่านโดยพลันเถิด จะได้เสพทั้งภาษาไทยที่งดงามและวัฒนธรรมบาลีไปพร้อมๆ กัน

ย้ำนิดหนึ่งว่า “แปลโดยอรรถ” ในการเรียนบาลีนั้น ท่านให้ทำในระดับ “แปลคำ” เท่านั้น ไม่ให้ทำถึงขั้น “แปลภาษา” หรือ “แปลงภาษา” เพราะเป้าหมายของการเรียนบาลีอยู่ที่เอาความรู้ไปแปลพระไตรปิฎกคือพระธรรมวินัยอันเป็นตัวพระศาสนา ซึ่งต้องการความถูกต้องเที่ยงตรงตามต้นฉบับ

ถูกต้องเที่ยงตรงตามต้นฉบับไว้ก่อน

แล้วจึงไปอธิบายขยายความหาความเข้าใจตามภาษาของผู้เรียนเองอีกชั้นหนึ่ง

“แปลโดยอรรถ” มีความหมายดังแสดงมา ด้วยประการฉะนี้

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๑:๒๐