#พูดไทยเข้าใจบาลี (14) 
——————

“เดินประโยค”

คำว่า “เดินประโยค” ใช้พูดกันในเวลาแปลภาษาบาลีเป็นไทย โดยเฉพาะแปลยกศัพท์ เช่น –

“เดินประโยคเป็น”
“ยังเดินประโยคไม่เป็น”

“เดินประโยค” หมายถึงการยกคำบาลีในข้อความหนึ่งๆ ขึ้นมาแปลเป็นไทยตามลำดับก่อนหลัง

นั่นหมายถึงนักเรียนจะต้องรู้หลักเกณฑ์การแปล

คร่าวๆ ก็อย่างเช่น –

“นิบาตต้นข้อความ” ต้องยกขึ้นแปลเป็นลำดับแรก
ต่อไปก็เป็น “นิบาตบอกกาล” หรือนามที่เป็น “กาลสัตตมี”
ตามด้วย “ประธาน”
ตามด้วย “คำขยายประธาน” หรือ “วิเสสนะ”
ตามด้วย “กิริยา”
ตามด้วย “กรรม”

ลำดับไหนไม่มี ก็ข้ามไป

จะเห็นได้ว่า นักเรียนต้องรู้ความหมายของ “ศัพท์วิชาการ” เหล่านี้มาก่อนว่าหมายถึงอะไร และเมื่อไปเห็นข้อความจริงๆ ต้องสามารถบอกได้ว่าศัพท์ไหนเป็นอะไร

“นิบาตต้นข้อความ” “นิบาตบอกกาล” คือคำชนิดไหน – ตรงนี้แหละที่จะตอบโจทย์ว่า เรียนบาลีทำไมจึงต้องท่องอะไรกันนักหนา

เช่น “หิ” “จ” (จะ) “ปน” (ปะ-นะ) เป็น “นิบาตต้นข้อความ”

นักเรียนเห็น “หิ, จ, ปน” ที่ไหน ก็ต้องจำให้ได้ว่านี่คือนิบาตต้นข้อความ จะต้องยกขึ้นแปลเป็นลำดับแรก แล้วยังต้องจำต่อไปด้วยว่า แต่ละตัวแปลว่าอะไร หรือแปลว่าอะไรได้บ้าง

เห็นครั้งเดียว จำได้ตลอดไป
เห็นครั้งเดียว นึกคำแปลได้ทุกครั้ง

ถ้าใครเป็นอย่างนี้ ก็อัจฉริยะ ไม่ต้องท่อง

แต่จะมีอัจฉริยะ-ไม่ต้องท่อง แบบนี้กี่คน?

คนที่ตำหนิระบบการท่องจำ เป็นอัจฉริยะด้วยหรือเปล่า

การท่องจำคือระบบถ่ายทอดข้อมูล
ไม่ใช่ระบบบังคับห้ามใช้สติปัญญาคิด

โปรดเข้าใจกันเสียให้ถูกต้อง

……………..

คราวนี้มาดูของจริง ประโยคภาษาบาลีจริงๆ เดินประโยคอย่างไร

……………..

สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏุมฺพิโก อโหสิ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโก. (จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๑)

ลำดับการเดินประโยคเป็นดังนี้ –

(9) สาวตฺถิยํ (1) กิร (2) มหาสุวณฺโณ นาม (3) กุฏุมฺพิโก (8) อโหสิ (4) อฑฺโฒ (5) มหทฺธโน (6) มหาโภโค (7) อปุตฺตโก.

นั่นก็คือ-แบบเดียวกับที่แปลยกศัพท์นั่นเอง

(1) กิร ได้ยินว่า
(2) มหาสุวณฺโณ นาม (อันว่าเศรษฐี) ชื่อว่ามหาสุวรรณ
(3) กุฏุมฺพิโก เป็นผู้มีขุมทรัพย์
(4) อฑฺโฒ เป็นผู้มั่งคั่ง
(5) มหทฺธโน เป็นผู้มีทรัพย์มาก
(6) มหาโภโค เป็นผู้มีโภคมาก
(7) อปุตฺตโก เป็นผู้มีบุตรหามิได้
(8) อโหสิ ได้มีแล้ว
(9) สาวตฺถิยํ ในเมืองชื่อว่าสาวัตถี.

……………..

สงสัยเล่นๆ ว่า ทำไมจึงไม่เรียงคำให้เป็นไปตามลำดับการเดินประโยค-คือลำดับคำที่ยกขึ้นมาแปล

ซึ่งถ้าเรียงแบบนั้น หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ –

กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏุมฺพิโก อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโก อโหสิ สาวตฺถิยํ.

นักเลงบาลีมาเห็นเข้าคงอยากไปผูกคอตาย

คำตอบคือ ทำแบบนี้ไม่ได้ เหตุผลคือภาษาบาลีมีกฎเกณฑ์การเรียงลำดับคำในประโยคตามแบบแผนของตน

เทียบกับภาษาอังกฤษอาจช่วยให้เข้าใจได้

สมมุติว่า-ภาษาไทยพูดว่า “ลูกชายของฉัน”

โปรดสังเกตว่า เราพูดว่า “ลูกชาย” ขึ้นก่อน “ของฉัน” ตามหลัง

ภาษาอังกฤษจะพูดว่า my son

ถ้าแปลตามลำดับที่พูด ก็ต้องแปลว่า “ของฉันลูกชาย”

แล้วเกิดใครอุตริพูดหรือเขียนว่า son my = ลูกชายของฉัน

นักเลงอังกฤษมาเห็นเข้าก็คงอยากไปผูกคอตาย

ฉันใดก็ฉันนั้นแล

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๓:๓๑