#พูดไทยเข้าใจบาลี (4) 
——————

“การันต์”

ในภาษาไทย “การันต์” ที่เข้าใจกันคือ ตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง ซึ่งมีไม้ทัณฑฆาตกํากับไว้ เช่นตัว “ต์” ในคําว่า “การันต์”

“การันต์” ในภาษาไทย นิยมเรียกตัวอักษรที่มีไม้ทัณฑฆาตกำกับ เช่น –

ต์ เรียกกันว่า ต การันต์
ค์ เรียกกันว่า ค การันต์

แต่ในการเรียนภาษาบาลี คำว่า “การันต์” หมายถึง เสียงสระที่ลงท้ายคำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ

“คำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ” คืออย่างไร?

ตัวอย่างเช่น “ปุริโส” (ปุ-ริ-โส) (โปรดนึกถึง “แบบแจก”)

“ปุริโส” เป็นคำนามที่แจกวิภัตติแล้ว

ถอดวิภัตติออก ก็เป็น “ปุริส” (ปุ-ริ-สะ)

“ปุริส” นี่แหละคือ “คำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ”

คราวนี้มาดู “การันต์” = เสียงสระที่ลงท้ายคำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ เช่น –

“ปุริส” อ่านว่า ปุ-ริ-สะ 
พยางค์ที่ลงท้ายคือ -สะ เสียงสระ อะ 
ก็พูดว่า “ปุริส” เป็น “อะ-การันต์”

“ปญฺญา” อ่านว่า ปัน-ยา 
พยางค์ที่ลงท้ายคือ -ญา เสียงสระ อา 
ก็พูดว่า “ปญฺญา” เป็น “อา-การันต์”

“นารี” อ่านว่า นา-รี 
พยางค์ที่ลงท้ายคือ -รี เสียงสระ อี 
ก็พูดว่า “นารี” เป็น “อี-การันต์”

“กตญฺญู” อ่านว่า กะ-ตัน-ยู 
พยางค์ที่ลงท้ายคือ -ญู เสียงสระ อู 
ก็พูดว่า “กตญฺญู” เป็น “อู-การันต์”

ตามแบบที่ใช้ทั่วไปในภาษาบาลี ท่านกำหนด “การันต์” ไว้ดังนี้:-

ปุงลิงค์มีการันต์ ๕ คือ อะ อิ อี อุ อู (อะ-การันต์ อิ-การันต์ อี-การันต์ อุ-การันต์ อู-การันต์)

อิตถีลิงค์มีการันต์ ๕ คือ อา อิ อี อุ อู

นปุงสกลิงค์มีการันต์ ๓ คือ อะ อิ อุ

สรุปเป็นการันต์แท้ๆ ๖ การันต์ คือ อะ อา อิ อี อุ อู

“คำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ” ในภาษาบาลีจะลงท้ายด้วยสระตัวใดตัวหนึ่งในจำนวน ๖ ตัวนี้

แต่ก็มีคำพิเศษบางคำที่ลงท้ายนอกเหนือไปจากนี้ เช่น “โค” (วัว)

ค สระโอ = “โค” เป็นคำที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ ลงท้ายด้วยสระโอ ท่านว่าเป็น “โอ-การันต์” ถือว่าเป็นการันต์พิเศษ

สรุปว่า ในภาษาบาลี “การันต์” หมายถึง เสียงสระลงท้ายคำนามที่ยังไม่ได้แจกวิภัตติ

ไม่ใช่พยัญชนะที่มีไม้ทัณฑฆาตอยู่ข้างบนอย่างที่เข้าใจกันในภาษาไทย

ต่อไป ถ้าได้ยินนักเลงบาลีเขาพูดกันว่า “ปุริส” (ปุ-ริ-สะ) เป็น อะ-การันต์ คงจะไม่งง

หรือถ้าถูกนักเลงบาลีลองภูมิว่า “นารี” เป็น-อะไรการันต์ ก็คงพอจะตอบแบบวางมาดเล็กๆ ได้มั่งนะครับ (ระวังอย่าให้ใครรู้ว่า-กูก็เพิ่งเรียนมาแค่นี้แหละ อิอิ)

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๑:๑๖