#พูดไทยเข้าใจบาลี (9) 
——————

“ธรรมบท”

ในแวดวงบาลี ถ้าเอ่ยคำว่า “แปลธรรมบท” จะเป็นที่รู้กันว่าทำอะไร แต่คนภายนอกอาจไม่รู้ว่า “ธรรมบท” คืออะไร

“ธรรมบท” (ทำ-มะ-บด) เป็นชื่อคัมภีร์หนึ่งในพระไตรปิฎก ชื่อคำบาลีเขียนว่า “ธมฺมปท” อ่านว่า ทำ-มะ-ปะ-ทะ คนไทยนิยมเรียกกันว่า “ธรรมบท”

“ธรรมบท” นี้ท่านจัดเข้าไว้ในกลุ่ม “ขุททกนิกาย” (พระไตรปิฎกมี ๕ นิกาย คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย)

ในกลุ่มขุททกนิกายนี้มีคัมภีร์ทั้งหมด ๑๕ คัมภีร์
“ธรรมบท” เป็น ๑ ใน ๑๕ นั้น

พระไตรปิฎกอักษรไทยมี ๔๕ เล่ม “ธรรมบท” อยู่ในเล่มที่ ๒๕ (เล่มที่ ๒๕ มีคัมภีร์อื่นๆ ด้วย ไม่ใช่มีแต่ธรรมบทคัมภีร์เดียว)

ผมชอบใช้วิธีจำเป็นเรื่องๆไป – จำไว้ว่า “ธรรมบท” อยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕

“ธมฺมปท” หรือ “ธรรมบท” เป็นเรื่องว่าด้วยสุภาษิตต่างๆ ท่านแต่งเป็นกลอนตลอดทั้งเรื่อง

อย่าลืมว่า ต้นฉบับพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี

กลอนภาษาบาลีท่านเรียกว่า “คาถา” ที่ในภาษาไทยมักเข้าใจกันว่า-คือถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์ขลังต่างๆ

โปรดช่วยกันเข้าใจและจำไว้ว่า “คาถา” ในภาษาบาลีหมายถึงถ้อยคำที่เป็นบทกลอน ไม่ได้เล็งถึงถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์ขลังอย่างที่คนไทยเข้าใจกัน

เพราะท่านแต่งเป็น “คาถา” บางทีก็เลยเรียกกันว่า “คาถาธรรมบท”

บทกลอนหรือคาถาในธรรมบทมีทั้งหมด ๔๒๓ บท

ต่อมาก็มีพระเถระผู้รู้พระไตรปิฎกแต่งคำอธิบายคาถาเหล่านั้น เรียกว่า “ธัมมปทัฏฐกถา” (ทำ-มะ-ปะ-ทัด-ถะ-กะ-ถา) คำนี้แปลว่า “คำอธิบายความแห่งคัมภีร์ธรรมบท” หรือเรียกทับศัพท์ว่า “อรรถกถาธรรมบท”

คำอธิบายที่ว่านี้ท่านก็แต่งเป็นภาษาบาลีตลอดทั้งเรื่อง

ความจริงคัมภีร์นี้มีชื่อเฉพาะว่า “ปรมัตถโชติกา” แต่นักเรียนบาลีแทบทั้งหมดจะไม่รู้จักชื่อนี้ แม้คำว่า “ธัมมปทัฏฐกถา” ก็แทบจะไม่มีใครเรียก แต่นิยมเรียกกันตามสะดวกปากว่า “ธรรมบท”

สรุปว่า “ธรรมบท” ที่วงการบาลีเรียกกันนั้น คือ “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “อรรถกถาธรรมบท” เป็นธรรมบทชั้นอรรถกถา ไม่ใช่ธรรมบทชั้นพระไตรปิฎกที่อยู่ในเล่ม ๒๕ ดังที่ว่ามา

ไหนๆ ก็พูดถึง “ธรรมบท” แล้ว ขอขยายความต่อไปให้ตลอดเรื่องเสียเลย

คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “ธรรมบท” ที่วงการบาลีเรียกกันนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ๓ ส่วน คือ –

(1) เรื่องเล่าถึงความเป็นมาหรือเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้พระพุทธองค์ตรัสคาถาบทนั้นๆ ส่วนนี้นิยมเรียกกันว่า “ท้องนิทาน”

(2) ตัวคาถาที่ยกมาจากคัมภีร์ “ธรรมบท” หรือ “ธมฺมปท” ในพระไตรปิฎก เรียกกันว่า “คาถา”

(3) คำอธิบายความหมายของคาถา เรียกกันว่า “แก้อรรถ”

วิธีเรียบเรียงในคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” คือยกคาถาจากคัมภีร์ “ธมฺมปท” ในพระไตรปิฎกมาตอนหนึ่ง (ซึ่งอาจเป็นคาถาบทเดียวหรือหลายบท) โดย —

(1) เล่า “ท้องนิทาน” ประกอบ
(2) แล้วอ้างคาถาบทนั้น และ –
(3) อธิบายความหมายของคาถา จบลงด้วยการสรุปว่าเมื่อตรัสคาถาจบแล้วผู้ฟังบรรลุผลเช่นไร

รวมทั้ง ๓ ส่วนนี้เรียกว่า “วตฺถุ” (แปลว่า “เรื่อง-”) เช่น “จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ” = เรื่องพระเถระชื่อว่าจักขุบาล

“ธัมมปทัฏฐกถา” ประกอบด้วย “วตฺถุ” คือ“เรื่อง-” ดังกล่าวนี้ทั้งหมด ๓๐๒ เรื่อง

คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” ที่พิมพ์เป็นบาลีอักษรไทยฉบับที่ยุติเป็นมาตรฐานในเมืองไทย คือฉบับที่มหามกุฏราชวิทยาลัยจัดพิมพ์ แบ่งเป็น ๘ เล่ม เรียกว่า “ภาค” ตั้งแต่ “ปฐโม ภาโค” = ภาค ๑ จนถึง “อฏฺฐโม ภาโค” = ภาค ๘

หลักสูตรการศึกษาแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทยกำหนดให้ใช้คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” เป็นแบบเรียนวิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค ๑-๒ และชั้นประโยค ป.ธ.๓ และวิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค ป.ธ.๔ (เฉพาะเล่ม ปฐโม ภาโค เล่มเดียว)

กล่าวได้ว่า มหาเปรียญทั้งหมดในเมืองไทยต้องผ่านคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “ธรรมบท” มาแล้วจึงจะมีสิทธิ์ใช้คำนำหน้าชื่อว่า “พระมหา”

จะได้เป็น “มหา” ต้องเรียนบาลี
ด่านแรกของการแปลคัมภีร์ คือ “ธรรมบท”

ต่อไปนี้ได้ยินนักเลงบาลีพูดว่า “ธรรมบท” หรือ “แปลธรรมบท” คงไม่งงกันอีกแล้วนะครับ

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๗:๑๓