ทองย้อย แสงสินชัย

มกระมะหามะหรรนพเดช

ชื่อเรือ – อ่านและแปลว่ากระไร

“มกระมะหามะหรรนพเดช” เป็นการสะกดตามอักขรวิธีโบราณ แยกคำได้ดังนี้ มกระ + มะหา + มะหรรนพ + เดช

(๑) “มกระ”

สะกดตามอักขรวิธีปัจจุบันเป็น “มกร” บาลีอ่านว่า มะ-กะ-ระ รากศัพท์มาจาก มุข (หน้า) + กิรฺ (ธาตุ = เรี่ยราย, ซัดส่าย) + อ ปัจจัย, แปลง มุข เป็น ม, แปลง อิ ที่ กิรฺ เป็น อะ (กิรฺ > กร)

: มุข + กิรฺ = มุขกิร + อ = มุขกิร > มกิร > มกร แปลตามศัพท์ว่า “ปลาที่ส่ายหน้าเมื่อถูกจับ”

หนังสือ ศัพท์วิเคราะห์ ของ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) แปล “มกร” ว่า ปลามังกร, ม้าน้ำ

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “มกร” ว่า a mythical fish or sea monster, Leviathan (ปลาในนิทานหรือสัตว์ที่น่ากลัวในทะเล, มังกร)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มกร, มกร- : (คำนาม) มังกร, ชื่อดาวราศีที่ ๑๐. (ป., ส.).”

(๒) “มะหา”

สะกดตามอักขรวิธีปัจจุบันเป็น “มหา” (มะ-หา) รูปคำเดิมในบาลีเป็น “มหนฺต” (มะ-หัน-ตะ) รากศัพท์มาจาก มหฺ (ธาตุ = เจริญ) + อนฺต ปัจจัย

: มหฺ + อนฺต = มหนฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ขยายตัว” มีความหมายว่า ยิ่งใหญ่, กว้างขวาง, โต; มาก; สำคัญ, เป็นที่นับถือ (great, extensive, big; much; important, venerable)

“มหนฺต” เป็นคำเดียวกับที่ใช้ในภาษาไทยว่า “มหันต์”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มหันต-, มหันต์ : (คำวิเศษณ์) ใหญ่, มาก, เช่น โทษมหันต์. (เมื่อเข้าสมาสกับศัพท์อื่น เป็น มห บ้าง มหา บ้าง เช่น มหัคฆภัณฑ์ คือ สิ่งของที่มีค่ามาก, มหาชน คือ ชนจำนวนมาก). (ป.).”

ในที่นี้ “มหนฺต” เปลี่ยนรูปเป็น “มหา”

(๓) “มะหรรนพ”

สะกดตามอักขรวิธีปัจจุบันเป็น “มหรรณพ” อ่านว่า มะ-หัน-นบ บาลีเป็น “มหณฺณว” (มะ-หัน-นะ-วะ) แยกศัพท์เป็น มหา + อณฺณว

(1) “มหา” (มะ-หา) ดูที่ข้อ (๒) “มะหา” ข้างต้น

ในที่นี้ “มหนฺต” เปลี่ยนรูปเป็น “มห-”

(2) “อณฺณว” (อัน-นะ-วะ) รากศัพท์มาจาก อณฺณ + ว

(ก) “อณฺณ” (อัน-นะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) อณฺ (ธาตุ = ส่งเสียง) + อ ปัจจัย, ซ้อน ณฺ

: อณฺ + ณฺ + อ = อณฺณ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ส่งเสียงได้”

(2) อรฺ (ธาตุ = ไป) + ต ปัจจัย, แปลง รฺ ที่สุดธาตุกับ ต เป็น ณฺณ

: อรฺ + ต = อรต > อณฺณ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ไหลไป”

“อณฺณ” (นปุงสกลิงค์) หมายถึง น้ำ

(ข) อณฺณ + วา (ธาตุ = ไป) + อ ปัจจัย, “ลบสระหน้า” คือ อา ที่ วา (วา > ว)

: อณฺณ + วา = อณฺณวา > อณฺณว (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “พื้นที่เป็นที่ไหลไปแห่งน้ำ”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “อณฺณว” ว่า –

(1) ห้วงน้ำใหญ่, ทะเลหรือมหาสมุทร (a great flood, the sea or ocean)

(2) ลำธาร, แม่น้ำ (a stream, river)

“อณฺณว” ในภาษาไทยใช้ว่า “อรรณพ” (อัน-นบ) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“อรรณพ : (คำนาม) ห้วงนํ้า, ทะเล, มหาสมุทร. (ส. อรฺณว; ป. อณฺณว).”

บาลี “อณฺณว” สันสกฤตเป็น “อรฺณว” 
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

“อรฺณว : (คำนาม) สมุทร์; an ocean.”

เป็นอันย้ำว่า อณฺณว > อรฺณว > อรรณพ คือทะเล หรือมหาสมุทร

มหนฺต > มหา > มห + อณฺณว = มหณฺณว แปลตามศัพท์ว่า “ห้วงน้ำใหญ่”

ในที่นี้ ไม่ใช่ “อณฺณว” หรือ “อรรณพ” ธรรมดา แต่เป็น “ มหณฺณว” เป็นการขยายขนาดของ “อณฺณว” ให้กว้างใหญ่ออกไปอีก ตรงกับที่แปลว่า ห้วงน้ำใหญ่ (a great flood)

(๔) “เดช”

บาลีเป็น “เตช” (เต-ชะ) รากศัพท์มาจาก ติชฺ (ธาตุ = ทำให้ร้อน, ลับให้คม) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อิ ที่ ติ-(ชฺ) เป็น เอ (ติชฺ > เตช)

: ติชฺ + ณ = ติชณ > ติช > เตช แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เผาภูตรูปและอุปาทายรูปให้มอดไหม้” หมายถึง ความร้อน, เปลวไฟ, ไฟ, แสงสว่าง; ความเปล่งปลั่ง, ความรุ่งโรจน์, ความโชติช่วง, ความงดงาม, พลัง, ความแข็งแรง, อำนาจ (heat, flame, fire, light; radiance, effulgence, splendour, glory, energy, strength, power)

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกว่า “เตช” แปลตามศัพท์ว่า “sharpness” (ความคม)

บาลี “เตช” ในภาษาไทยใช้เป็น “เดช” “เดชะ” และ “เดโช”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –

(1) เดช, เดชะ : (คำแบบ) (คำนาม) อํานาจ; ความร้อน, ไฟ. (ป. เตช; ส. เตชสฺ).

(2) เดโช : (คำนาม) อํานาจ; ความร้อน, ไฟ. (ป. เตช; ส. เตชสฺ).

การประสมคำ :

๑ มะหา + มะหรรนพ = มะหามะหรรนพ แปลว่า “มหรรณพใหญ่” คือท้องทะเลหลวง

อันที่จริง “มะหรรนพ” ก็มี “มหา” อยู่แล้ว แต่เมื่อกลายรูปเป็น “มะหรรนพ” ก็เป็นคำใหม่ ดูด้วยตาก็ไม่เห็นรูปคำ “มหา” ตรงตัว จึงอนุโลมให้ใช้ “มหา” มาเป็นคำขยายซ้ำได้อีก

๒ มกระ + มะหามะหรรนพ = มกระมะหามะหรรนพ แปลว่า “มังกรในท้องทะเลหลวง”

๓ มกระมะหามะหรรนพ + เดช = มกระมะหามะหรรนพเดช แปลว่า “มังกรผู้มีเดชในท้องทะเลหลวง”

“มกระมะหามะหรรนพเดช” เขียนตามอักขรวิธีปัจจุบันเป็น “มกรมหามหรรณพเดช”

แยกคำเป็น : มกร + มหา + มหรรณพ + เดช

อ่านว่า มะ-กะ-ระ-มะ-หา-มะ-หัน-นบ-พะ-เดด

แปลโดยประสงค์ว่า “เรือที่มีอานุภาพปานมังกรคะนองเดชในท้องทะเลหลวง”

“มกระมะหามะหรรนพเดช” เป็นชื่อเรือลำหนึ่งในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคสมัยกรุงศรีอยุธยา

…………..

ดูก่อนภราดา!

อันท่อนซุงท่อนไม้ไร้ชีวิต
ช่างประดิษฐ์เป็นมังกรกระฉ่อนสินธุ์
เป็นมนุษย์ไม่ฝึกตนเป็นมลทิน
ควรซุกสิ้นหน้าซ่อนอายท่อนซุง