(หนึ่งในอนุสสติกรรมฐานนิทเทส)

มรณัสสติ คือการระลึกถึงความตายว่า
จะมาถึงตน ที่ประสงค์ในที่นี้
คือความตาย ๒ อย่าง ได้แก่
๑. กาลมรณะ ความตายเมื่อถึงคราวจะตาย
อาจจะเป็นเพราะสิ้นบุญหรือสิ้นอายุ

๒. อกาลมรณะ ความตายที่ยังไม่ถึงคราวตาย
มีขึ้นเพราะกรรมเก่ามาตัดรอ
เช่น ประสบอุปัทวเหตุหรือภัยพิบัติ
..

#เมื่อนึกถึงความตาย
#ควรประกอบด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ

๑. สติ ระลึกถึงความตายโดยความเป็นของธรรมดา

๒. สังเวช คือการให้เกิดสังเวชสลดจิตที่ต้องตายบ่อยๆ

๓. ญาณ คือมีความรู้แจ่มชัดว่าจะต้องตาย
อย่างแน่แท้หลีกเลี่ยงไม่ได
……………

#นึกถึงความตายโดยอาการ ๘ อย่าง

๑. ความตายนี้ปรากฏดุจเพชฌฆาต
เงื้อดาบอยู่ใกล้คอ
เพราะความตายนี้มาพร้อมกับความเกิดทีเดียว

แต่ยังเป็นความตายชั่วขณะ
ที่เรียกว่า ขณิกมรณะ จึงมองไม่เห็นว่าตาย
….

๒. ความตายนี้เป็นเรื่องวิบัติขั้นสุดยอด
ของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย

จริงอยู่สมบัติทุกอย่าง ย่อมมีวิบัติเป็นที่สุด
คือลงท้ายก็ต้องถึงซึ่งวิบัติ
แม้มหาจักรพรรดิผู้มีสมบัติเกรียงไกร
ก็ต้องลงท้ายด้วยวิบัติ

ก็วิบัติอันใดเล่าจะเสมอเหมือน
ความวิบัติแห่งชีวิต เพราะชีวิต
เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดและหวงแหนที่สุด
แห่งมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
….

๓. ระลึกถึงความตายโดยการนำตน
เข้าไปเปรียบเทียบกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ด้วย

– ยศ

– บุญ

– กำลัง

– ฤทธิ์

– ปัญญา

– ความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

– ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้

คือระลึกว่า คือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่พรั่งพร้อมด้วยยศ
ด้วยบุญ ด้วยกำลัง ด้วยฤทธิ์
และด้วยปัญญาอันไพศาลยังต้องตาย

จะกล่าวไปไยถึงเราผู้ซึ่งเล็กน้อยแค่นี้จะไม่ตาย

โดยที่สุดแม้แต่พระปัจเจกพุทธเจ้า
และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้พรั่งพร้อมด้วยพระบุญญาธิการ
และพระบารมีเป็นอเนกยังต้องปรินิพพาน

๔. พิจารณาถึงร่างกายว่าเป้นของทั่วไป
แก่หมู่หนอนนานาชนิดซึ่งอยู่ในกายนี้
และร่างกายนี้จะต้องตายเป็นแน่แท้
เพราะอันตรายหลายประการ
กายนี้เป็นเป้าแห่งอันตราย
ที่จะพึงตกลงมา
ร่างกายนี้จะต้องตายไม่เร็วก็ช้า
………..

๕. พิจารณาถึงความตาย
โดยที่อายุของสัตว์ทั้งหลาย
เป็นสิ่งทุรพลมีกำลังน้อย
อายุนี้เป็นอยู่ได้
เพราะอาศัยลมหายใจเข้าออก
อาหาร และอิริยาบถ เป็นต้น
เมื่อปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว
อายุก็จะสิ้นไปโดยพลัน
…….

๖. พิจารณาถึงความตาย
โดยพิจารณาชีวิตว่าเป็นสิ่งไม่มีเครื่องหมาย

จริงอยู่ท่านกล่าวว่า

“ชีวิต พยาธิ ที่ทิ้งร่างกาย คติ กาล
ทั้ง ๕ อย่างนี้ ไม่มีเครื่องหมาย ใครๆ รู้ไม่ได้”

อธิบายว่า รู้ไม่ได้ว่าชีวิตจะยาวนานสักเท่าใด
จะตายด้วยโรคอะไร จะตายที่ไหน
เมื่อตายแล้วจะไปเกิด ณ ที่ใด และตายเวลา
เช้า สาย หรือบ่ายเย็นอย่างไร
……….

๗. พิจารณาความตายโดยกำหนดระยะกาล
คือพิจารณาว่าระยะกาลที่จะมีชีวิตอยู่นี้น้อยนัก
ไม่ถึงร้อยปีก็จะต้องตาย
แม้ผู้ใดจะอยู่เลยร้อยปีไปบ้าง
ก็จะต้องตายเพราะชราแน่แท้
……….

๘. พิจารณาถึงความตายอยู่ทุกๆขณะ
ข้อนี้มีความหมายว่าสัตว์ทั้งหลาย
ตายอยู่ทุกขณะ ตามที่ท่านกล่าว

จิตฺตภงฺคมโต โลโก ปญฺญตฺติปรมตฺถิยา
เมื่อว่าโดยบัญญัติทางปรมัตถ์
สัตว์ชื่อว่าตายเพราะจิตดับ ดังนี้

การเกิดดับของดวงจิตมีอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น สัตว์จึงชื่อว่าตายอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

#อานิสงส์ของการเจริญมรณัสสติ

ผู้เจริญมรณัสสติภาวนา
จิตย่อมได้อาเสวนะ
คือ การเสพคุ้นในภาวนา
จิตใจย่อมสงบ นิวรณ์ระงับไป
องค์แห่งฌานย่อมปรากฏขึ้น

ภิกษุผู้หมั่นประกอบมรณัสสตินี้
ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท เป็นผู้หน่ายในภพ
และความใคร่ความติดในชีวิต
ไม่มากด้วยการสั่งสม มีสติในสมัยทำกาลกิริยา

………………..