มหัศจรรย์ ถ้ำอชันต้า-แอลโลร่า

#ถ้ำอชันต้า (Ajanta Caves) ควรค่ามรดกโลก
ด้วยพลังศรัทธาของชาวพุทธจึงสร้างศิลาให้เป็นถ้ำ
ควรคู่มรดกธรรม 5,000 ปี อายุพระพุทธศาสนา

👉ด้วยวิริยะความเพียร มีเพียงสองมือและค้อนกับสิ่ว
สามารถสร้างสรรค์งานศิลป์ ขุดเจาะภูเขาทั้งลูก
เป็นวิหาร เจดีย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา
ทางอินเดียตอนใต้ เริ่มสร้างหลังพุทธกาล 350 ปี
มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เป็นศิลปะอินเดียโบราณ
บรรจงสร้างกว่า 400 ปี ในสองยุคสมัยสามัคคี
เริ่มจากพุทธฝ่ายเถรวาท สร้าง 6 ถ้ำ ใช้เวลากว่า
200 ปี ยุคราชวงศ์สาตวาหนะ พ.ศ.350-550

หลัง พ.ศ.550 พุทธเถรวาทเริ่มเสื่อมถอย
พุทธมหายานเริ่มรุ่งเรือง ช่วง พ.ศ.550 เริ่ม
เกิดพุทธรูปขึ้น และเกิดพุทธมหายาน แต่การ
ก่อสร้างถ้ำอชันต้าได้หยุดหายไปราว 400 ปี
ซึ่งยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าทำไมร้างหายไป

จนราวพ.ศ.1000 พุทธมหายานก็เข้ามาบูรณะ
สร้างต่ออีก 24 ถ้ำ ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 200 ปี
ในยุคราชวงศ์วากาฏกะ พ.ศ.1000-1200

ทั้งพุทธเถรวาทและมหายานต่างสร้างสรรค์
ถาวรวัตถุเป็นวัดวาอารามวิหารเจดีย์
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

👉หมู่ถ้ำอชันต้าโดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรม
ที่ใครๆ ก็กล่าวกันว่านี่เทพเทวดาเป็นผู้สร้างไว้
มีปฏิมากรรม พุทธศิลป์งดงามอย่างยิ่ง
เพราะเป็นศิลปะยุคทองของอินเดีย คือ “คุปตะ”
และงามด้านจิตรกรรม ที่สมบูรณ์แบบ
จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกในศิลปะอินเดียโบราณ
ซึ่งมีคุณค่าระดับสากล ระดับโลก ที่โลกต้องตะลึง
จนองค์การยูเนสโก ต้องยกขึ้นขึ้นเป็นมรดกโลก
ทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2527 จึงนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์
ของโลกอีกด้วย เป็นเพชรอันล้ำค่าเม็ดหนึ่งของ
พุทธสถานทั่วโลก อันชาวพุทธทุกท่านควรยกย่อง
เชิดชู สักการะบูชา และสรรเสริญในพลังศรัทธา
ของบรรพบุรุษชาวพุทธและพระอรหันต์ผู้สร้างไว้
ดุจดังเพชรยอดมงกุฏอันเล่อค่า ที่ประดับไว้บนพื้นปัฐพี

แม้กาลเวลาจะผ่านไปกว่า 2,000 ปี แล้วก็ตาม
อชันต้าผ่านพ้นภัยทางศาสนามานับไม่ถ้วน แต่ยังคงรักษา
ความงดงามไว้ในสภาพที่ดี ไม่บุบสลาย เพชรแท้ก็ยังเป็นเพชร
ยังคงเปล่งประกายส่องแสงธรรมต่อสายตาของชาวโลก
สืบต่อไปจนกว่าจนสิ้นสุดกาลแห่งพระพระพุทธศาสนา.

@ส.ส.สิทฺธิชโย ภิกฺขุ