#วันมาฆบูชา ตอน ๒

ขณะที่พระศาสดาประทับอยู่ ณ เวฬุวันนั้น
ทรงได้พระสารีบุตร
และพระโมคคัลลานะมาเป็นสาวก
ท่านทั้งสองมีบริวาร ๒๕๐ คน
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงมีบริวารมากขึ้น
มีคนเลื่อมใสมากขึ้น
แม้จอมชนแห่งแคว้นมคธก็ทรงเลื่อมใส
ถวายการอุปถัมภ์บำรุงเช่นนี้
คนริษยาก็ต้องมี จึงได้มีเสียงติเตียนขึ้นว่า

“พระมหาสมณะเสด็จมาสู่เบญจคีรีนคร
ของชาวมคธแล้ว ได้ทรงนำปริพพาชก
พวกของสัญชัยไปหมดแล้ว
ต่อไปไม่รู้จะเป็นพวกไหนอีก”

และติเตียนกันว่า
พระสมณโคดมทำชายไม่ให้มีบุตร
ทำหญิงให้เป็นหม้าย
พระสมณโคดมให้ชฎิล
๑,๐๐๐ คนบวชแล้ว

ยังให้ปริพพาชกศิษย์ของสัญชัย ๒๕๐ คน
บวชอีกเล่า กุลบุตร ผู้มีชื่อเสียงชาวมคธ
ก็พากันประพฤติพรหมจรรย์ในพระมหาสมณะ
จะทำอย่างไรกันดี
…………

ภิกษุทั้งหลายได้ฟังคำติเตียนนั้น
จึงกราบทูลให้พระศาสดาทรงทราบ
พระพุทธองค์ตรัสว่า
คำติเตียนนั้นจะอยู่ได้เพียง ๗ วัน
พ้น ๗ วัน แล้วจะเงียบไปเอง
และรับสั่งให้กล่าวตอบดังนี้

“พระตถาคตเป็นผู้แกล้วกล้ามาก
ทรงนำชนทั้งหลายไปด้วยพระสัทธรรม
เมื่อพระองค์ทรงนำชนทั้งหลาย
ไปโดยธรรมเช่นนี้ ผู้เข้าใจอย่างนี้แล้ว
จะริษยากันทำไม”
…………….

เมื่อภิกษุสาวกของพระพุทธเจ้า
กล่าวตอบอยู่เช่นนี้
เสียงติเตียนก็เงียบไปภายใน ๗ วันนั้นเอง

ประชาชนได้เข้าใจตามความเป็นจริง
พระสมณโคดมทรงนำชนทั้งหลายไปโดยธรรม

ความจริงเมื่อมีใครกล่าวติเตียน
พระพุทธเจ้า พระธรรม หรือพระสงฆ์
พระพุทธเจ้าทรงสอนสาวกมิให้โกรธ
เมื่อเขาสรรเสริญก็มิให้ยินดี
เพราะถ้าโกรธหรือยินดีเสียแล้ว
จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาพูดถูกหรือผิด
ทรงสอนให้ชี้แจงให้ผู้ติ
และผู้ชมเข้าใจตามความเป็นจริง๑

เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เวฬุวันนั้นเอง
ถึงเพ็ญกลางเดือน ๓ (มาฆบูรณมี)
พระสาวกมาประชุม
พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
จำนวน ๑,๒๕๐ รูป
การประชุมใหญ่ครั้งนั้นเรียกว่า
จาตุรงคสันนิบาต
แปลว่า การประชุมประกอบด้วยองค์ ๔ คือ

๑. พระ ๑,๒๕๐ รูป
ที่มาประชุมกันนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์
(สพฺเพ ขีณาสวา)

๒. พระเหล่านั้นล้วนได้รับอุปสมบท
ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
(สพฺเพ เอหิภิกฺขุกา)

๓. ท่านเหล่านั้นมาโดยมิได้นัดหมาย
หรือไม่มีใครนิมนต์มา
(สพฺเพ อนิมมนฺติตา ว)

๔. เพ็ญกลางเดือน ๓
(ปุณฺณจนฺโท มาฆนกฺฃตฺเตน)
…………………..

พระพุทธองค์ทรงปรารภเหตุ ๔ ประการ
อันเป็นอัศจรรย์นี้จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์

(พระโอวาทอันเป็นหลักเป็นประธาน)

วางแนวนโยบาย จุดมุ่งหมาย
แห่งพระศาสนาและคุณสมบัติ
ของผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนา
เพื่อให้พระสาวกได้ถือเป็นหลัก
ในการประกาศศาสนาแก่มวลชนต่อไป
ซึ่งจะขอนำมากล่าวเป็นตอน ๆ ดังต่อไปนี้
…………………

ตอนที่ ๑ ทรงแสดงว่า ขันติ (ตีติกขา)
เป็นตบธรรมอย่างยิ่ง
พระนิพพานเป็นบรมธรรม
คือธรรมอันสูงสุด

ผู้ที่ยังทำร้ายผู้อื่น
ยังเบียดเบียนผู้อื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
…….

ตอนที่ ๒ ทรงแสดงว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง
การยังกุศลทั้งปวงให้ถึงพร้อม
และการชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
๓ อย่างนี้เป็นคำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
……..

ตอนที่ ๓ ทรงแสดงว่า การไม่กล่าวร้ายผู้อื่น
การไม่ทำร้ายผู้อื่น ความสำรวมในปาฏิโมกข์
ความรู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร
การอยู่ในที่สงัด
การประกอบความเพียรในอธิจิต
เหล่านี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

……………….

#ประวัติความเป็นมาวันมาฆบูชา ตอน ๒
#ปัญญารัตนะ
#ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ