วิจัย ๒๒
สัมภาษณ์…ภาพวาด อุลตราแมน
ปลุกสำนึกได้ทุกฝ่าย
ใช้ “สติ-สัมปชัญญะ” ให้มาก
ที่ต้องระวังคือการใช้กระแสหาประโยชน์
แล้วคนเขียนกับคนประท้วงจะกลายเป็นโง่ทั้งคู่
+×÷+×÷

@ รู้สึกอย่างไรกับการประท้วงภาพวาดที่ชาวพุทธและองค์กรพุทธฝ่ายต่างๆทำ ?

มองดูคนวาดกับคนประท้วงแล้วก็เป็นพุทธด้วยกัน จึงมองว่า ทุกฝ่ายกำลังทำตามหน้าที่

@ ทำอย่างไร ?

มองไปที่คนวาดก่อน เธอคือนักศึกษาเชื่อว่าเป็นชาวพุทธ เห็นรูปร่างหน้าตาตามข่าวเมื่อตอนที่อาจารย์พาไปกราบท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาแล้ว น่าจะไม่ใช่คนจิตใจร้ายอะไร จึงคงต้องยกประเด็นว่า “เธอมีเจตนาไม่ดีออกไปก่อน”
แล้วจึงค่อยศึกษาถึงสถานการณ์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เธอสร้างภาพพระพุทธเจ้าออกมาในรูปอุลตราแมน คือยอดมนุษย์

อุลตราแมนทำหน้าที่ช่วยมนุษย์ช่วยโลก ความเก่งความดีของเขาประทับใจเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กประถม ตั้งแต่ป.๑ ถึง ป.๔ ประทับใจกับบทบาทของอุลตราแมนมาก

ผมเพิ่งมารู้ตอนมาเป็นกรรมการปฏิรูปการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาว่าบทบาทของอุลตราแมนในหนังการ์ตูนมีอิทธิต่อเด็กๆของเรามาก ดังนั้นในการสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ active learning ซึ่งมีสติสมาธิเป็นฐาน กิจกรรมที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการสอนให้เด็กๆเข้าถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า จึงตกลงว่า จะให้เด็กค้นหาฮีโร่ของเขาเอง แล้ววาดเป็นภาพส่งครู ในการฝึกทดสอบการใช้กิจกรรม เด็กๆที่เชิญมาให้เป็นตัวทดสอบกิจกรรมนี้ทุกคนตกลงวาดรูปฮีโร่ของเขาเป็น อุลตราแมน บ้าง สไปเดอร์แมนบ้าง แต่หลายคนมีพิเศษคือเพิ่มรูปพ่อแม่หรือปู่ย่าตายของเขาลงไปด้วยแล้วส่งครู

คุณครูที่ทำกิจกรรมก็ใช้จุดนี้แหละบอกเด็กว่า ที่นักเรียนวาดมาคือฮีโร่ของนักเรียน ทีนี้ลองมาดูฮีโร่ของครูบ้าง แล้วคุณครูท่านก็ชูภาพวาดภาพหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ แล้วถามเด็กว่า นี่คือใคร ?
“พระพุทธเจ้า” เด็กตอบพร้อมกัน แล้วคุณครูท่านก็ใช้จุดนี้แหละ บอกเด็กว่า นี่คือ
“ฮีโร่ของครู”
แล้วจากนั้น การเรียนการสอนเรื่องพระพุทธเจ้าก็ดำเนินต่อไปจนหมดเวลา เด็กเรียนอย่างมีความสุข คุณครูที่สอนก็เป็นที่รักของเด็ก

ผมไม่รู้ว่านักศึกษาคนที่วาดภาพนี้ออกมา เธอคิดอย่างไร ? ต้องการเสนออะไร ? แต่ด้วยที่เธอเป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ซึ่งจบแล้วส่วนใหญ่ก็ไปเป็นครู ผมจึงมองในแง่ดีก่อนว่า เธอจะน่าจะคิดเชิงบวกจึงสร้างงานนี้ออกมา ดีไม่ดีที่เราคิดเราคุยและทำกันในคณะกรรมการปฏิรูปอาจจะมีอิทธิพลถึงเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ขอชมว่า เธอพยายามทำหน้าที่ของนักศึกษาครูในการเสนอความสำคัญของพระพุทธเจ้า แต่อาจจะเร็วไปสังคมตั้งรับไม่ทัน จนเกิดปฏิกิริยาตีกลับอย่างที่เห็น ซึ่งเชื่อว่าครูบาอาจารย์ของเธอก็คงช่วยเธอแก้ไขอยู่

@แล้วคนที่ประท้วงเล่าทำหน้าที่อย่างไร ?

ต้องเข้าใจว่า ท่านเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ช่วยระวังภัยพระพุทธศาสนาให้เรา ไม่ว่าจะเป็น กรณ์ มีดี หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ผู้นำกลุ่มพลังแผ่นดิน ตั้งแต่แต่เมื่อ ๔ ปีก่อนต่างยอมเสี่ยงยอมเหนื่อยออกนำหน้าต่อสู้และเฝ้าระวังภัยจากต่างศาสนาที่กำลังรุกคืบพระพุทธศาสนาในบ้านเรา ดังนั้นนิสัยของการเฝ้าระวังจึงยังคงอยู่ การออกมาต่อต้านของท่านเหล่านั้นก็คงด้วยเจตนาดีเช่นกัน จึงไม่อยากให้สังคมนำเรื่องนี้ไปแยกกล่าวหาท่านเหล่านี้ว่ายึดติด แต่อยากให้มองภูมิหลังการทำงานที่ผ่านมาของบุคคลเหล่านั้นด้วย

@ ยังมีคนอื่นอีกไหมที่เกี่ยวข้อง ?

คำถามนี้ดี อยากให้ดูตอนนี้ว่า ภาพนี้มีการประมูลราคาได้สูงถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่ามีการทำธุรกิจกับภาพนี้ด้วย จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า
วิวาทะที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับรูปภาพนี้เกิดเอง ?
หรือว่า
มีการสร้างกระแส ?
หรือว่า
มีการโหนกระแสแล้วปั่นให้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นเรื่องที่จบไม่ลง อย่างที่กำลังเป็นอยู่ ?

ซึ่งถ้าเรื่องสร้างกระแสมีจริง การโหนกระแสมีจริง ก็ต้องดูกันต่อไปว่า
ใครคือคนได้ประโยชน์แท้จริง ?

เชื่อว่า คงไม่ใช่นักศึกษา เพราะเธอคงไม่มีสติปัญญาสร้างสถานการณ์ได้แยบยลขณะนั้น คนสร้างงานศิลปะ กับ คนเขียนหนังสืออย่างผม คงคล้ายกัน คือคิดอยากสร้างงานอยากเขียนหนังสือ เป็นการแสดงความรู้ที่ตนเองรู้ออกมา คิดไม่ออกหรอกว่าจะไปทำยังไงให้ขายดี คิดได้แต่ว่า ทำอย่างไรหนอจะพิมพ์ได้ แม้ได้ค่าเขียนเล็กๆน้อยๆก็เอา

แล้วใครล่ะ สร้างกระแส หรือจับกระแสไปสร้าง ? คนนี้น่าสนใจ มองไปที่คนคนนี้กันดีกว่า

@อยากฝากอะไรให้คิดบ้าง ?

ชาวพุทธเราทะเลาะกันมาหลายเรื่องแล้ว บางทีก็ทะเลาะกันเอง สาเหตุที่ทำให้ทะเลาะก็มีแค่ ๒ เรื่อง คือ ความเห็นต่างกัน กับ การกระทำตามที่เห็นต่างกัน ภาษาพระท่านว่า ขาด ทิฏฐิสามัญญะตา (ความเห็นเสมอกัน) และขาดสีลัพพะตะสามัญญะตา (ศีลและวัตรปฏืบัติเสมอกัน)
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาไหนที่แตกแยกกันเป็นนิกายเป็นกลุ่มก็เพราะต่าง ๒ ต่างนี้แหละ ยังประเทศชาติจะแตกก็เพราะต่าง ๒ ต่างนี้เช่นกัน

ดังนั้น สรุปแล้ว ละครมี ๓ ตัว คือ นักศึกษาเจ้าของภาพ คนประท้วง และคนปั่นกระแส และเชื่อว่า ละครตัวที่ ๓ นี้ได้ประโยชน์เต็มๆอยากเตือนผู้ประท้วง อย่าระดมประท้วงจนไปเข้าทางคนปั่นกระแส

นี่ทราบว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะร่วมขบวนการประท้วงแจ้งโทษเอาผิดเด็กด้วย ถ้าทำจริงก็น่าหัวร่อ (ถ้าไม่ก็ยินดีด้วย) เพราะเรื่องเป็นตายของพระพุทธศาสนามีตั้งเยอะ แต่กลับไม่สนใจ มาสนใจกับเด็กไม่มีทางสู้

แต่ผมว่า ถ้าคนประท้วงและสำนักจะทำต่อ การระดมทุนช่วยเด็กตอนขึ้นศาลก็น่าจะเกิด ละเชื่อว่าจะได้มากด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คิดดูให้ดี ใครจะเป็นเครื่องมือใคร

ดีไม่ดี ฝ่ายประท้วงนั้นนั้นแหละจะกลายเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายปั่นกระแสได้เงินเข้ากระเป๋าแบบง่ายๆ

@ มีอะไรทิ้งท้าย

อยากให้นึกถึงโอวาทของท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาที่ท่านบอกนักศึกษาว่า ไม่ผิดหรอก เป็นความคิดอิสระ
และผมก็อยากบอกว่า
ถ้าคนเขียนกับคนประท้วงมีเจตนาอย่างที่ผมว่ามา ก็ไม่ผิดหรอกที่คิดแสดงออก แต่ความเหมาะสมต่างหากเป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญ

นิสสัมมะ กะระณัง เสยโย
ใคร่ครวญก่อนทำประเสริฐ

พระพุทธเจ้าสอนไว้ น่าเชื่อนะ คำสอนนี้คนปั่นกระแสก็ปฏิบัติตามได้

+×÷=
ณัฐาสินี แพรวา สัมภาษณ์
ทุ้ย มโหระทึก บันทึก