วิปัสสนากรรมฐาน
บุคคลเภทะ-ประเภทบุคคล ที่เจริญมัคคญาณได้สำเร็จ มี 4 ได้แก่

1. พระโสดาบันบุคคล คือ ผู้เจริญโสดาปัตติมรรคได้สำเร็จ จึงละการปฏิสนธิในอบายภูมิได้ ด้วยการกำจัดทิฏฐิและวิจิกิจฉาได้เด็ดขาด ส่งผลให้เป็น สัตตักขัตตุปรมบุคคล ที่ถือกำเนิด (ปฏิสนธิ) ในกามสุขคติภูมิเต็มที่ 7 ชาติ ส่วนในรูปภูมิและอรูปภูมิมีได้มากชาติกว่านั้น ใน ขุ.ขุ. 25/7 กล่าวยืนยันว่า ” น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺตํ-ท่านพระโสดาบันเหล่านั้น ย่อมไม่ถือเอาภพที่ 8…ส่วนอาจารย์ทั้งหลาย กล่าวว่า “ย่อมไปสู่สุคติที่เป็นรูปภูมิหรืออรูปภูมิ เกินกว่า 7 ชาติได้ (อภิ.ปุ.36.32.122,วิสุทธิมรรค 2.357)

2. พระสกทาคามีบุคคล คือ ผู้เจริญสกทาคามีมรรคได้สำเร็จ ทำให้มูล คือรากของกิเลส มี ราคะ โทสะ และโมหะเบาบางลงได้เด็ดขาด ส่งผลให้เป็นบุคคลผู้ถือกำเนิดในกามสุคติภูมิอีกหนึ่งชาติ ในนิสสยะอักษรปัลลวะกล่าวว่าคำว่า “ราคะ โทสะ โมหะเบาบางลงได้เด็ดขาดนั้น ท่านมุ่งหมายเอาโมหะที่เป็นประธาน อันเกิดอยู่ในจิตตุปบาทเดียวกันกับราคะและโทสะ” (อภิ.ปุ.36.35.123,วิสุทธิมรรค.2.358)

3. พระอนาคามีบุคคล คือผู้เจริญ อนาคามีมรรคได้สำเร็จ ละกามราคะและพยาบาทได้ไม่มีเหลือ จึงเป็นผู้ไม่กลับมาเกิดในกามภูมิอีกเลย แม้เป็นพระอนาคามีบุคคลผู้ไม่ได้เจริญฌานเลย ก่อนตายโลภะชวนนิกันติจะน้อมนำให้ท่านอาศัยอารมณ์ที่มาปรากฏทางทวารมีทวารตาเป็นต้นเช่น เห็นลานเนินนวดข้าวก็เจริญเป็นปฐวีกสิณสำเร็จก่อนตายได้โดยง่าย เหตุเพราะท่านละ กามราคะและพยาบาทอันเป็นเสี้ยนหนามของฌานได้ไม่มีเหลือนั้นเอง (อภิ.ปุ.36.43.124,วิสุทธิมรรค.2.359)
4. พระอรหันตบุคคล คือ ผู้เจริญอรหัตตมรรคได้สำเร็จ จึงละกิเลสที่เหลือจากมรรคเบื้องตำได้ไม่มีเหลือ ส่งผลให้เป็นพระขีณาสพ(บุคคลผู้สิ้นอาสวะ) เป็นอัคคทักขิเณยยบุคคล(บุคคลผู้ยอดเยี่ยมในบรรดาท่านที่ควรแก่ทักขิณาทาน)

(คเวสิตพฺพํ)