ศรัทธาทั่วไปกับศรัทธาที่เป็นเหตุให้บรรลุนิพพานต่างกันเป็นไฉน?

ศรัทธาทั่วไป

1.สทฺทหนลกฺขณา มีความเชื่อเป็นลักษณะ
2.ปสาทนรสา มีความเลื่อมใสเป็นกิจ
3.อกาฬุสฺสิยปจฺจุปฏฺฐานา มีความไม่ขุ่นมัวเป็นผลปรากฏ
4.สทฺเธยฺยวตฺถุปทฏฺฐานา มีวัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งความเชื่อเป็นเหตุใกล้

ศรัทธาที่เป็นเหตุให้บรรลุนิพพาน

1.โอกปฺปนลกฺขณา มีความไว้วางใจเป็นลักษณะ
2.ปกฺขนฺทนรสา มีความแช่มชื่นตื่นเบิกบานใจเป็นกิจ
3.อธิมุตฺติปจฺจุปฏฺฐานา มีความน้อมใจไปสู่ความหลุดพ้นจากวัฏฏะเป็นผลปรากฏ
4.สทฺธมฺมสฺสวนาทิโสตาปตฺติยงฺคปทฏฺฐานา มีองค์ประกอบที่ทำให้เข้าถึงกระแสอริยมรรคเช่นการฟังธรรมเป็นต้น เป็นเหตุใกล้
เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อมีการกล่าวถึง อินทรีย์พละ 5 อิทธิบาท 4 ท่านบูรพาจารย์ มักจะกล่าวหมวดธรรมเหล่านี้เป็นสองอย่าง เพื่อเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติจับสภาวธรรมที่ประสงค์ในขณะปฏิบัติได้

ใช่แต่เท่านั้นท่านยังย้ำกำชับฐานะบุคคลให้ทราบอีก เช่น
ศรัทธา เมื่อกล่าวเกี่ยวกับบุคคล ย่อมจำแนกได้ 4 อย่าง ดังในอรรถกถาทีฆนิกาย สังคีติสูตร กล่าวว่า
” สทฺธา ปเนสา อาคมนสทฺธา ฯเปฯ ปสาทสทฺธา นาม ” แปลว่า ” ก็สัทธานี้ มี 4 อย่าง คือ อาคมนสัทธา 1 อธิคมนสัทธา 1 โอกัปปนสัทธา 1 และ ปสาทสัทธา 1 ”

  1. อาคมนสัทธา(สัทธาที่ดำเนินมา) เป็นสัทธาของพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ทั้งหลาย ที่สัทธาเลื่อมใสบูชาความเป็นพระพุทธเจ้า ในการบำเพ็ญบุญสมภารเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า โดยน้อมใจเชื่อในธรรมที่จะตรัสรู้ว่ามีจริง เช่นว่า ” เมื่อความเกิดมี ธรรมอันเป็นที่ดับความเกิดก็ต้องมี ” เช่นนี้เป็นต้น เป็นสัทธาที่ดำเนินติดต่อกันเรื่อยมา เริ่มตั้งแต่ทรงมีพระอภินิหาร(การน้อมพระทัยไปเพื่อการตรัสรู้)เป็นครั้งแรก
  2. อธิคมนสัทธา(สัทธาที่ได้บรรลุตาม) เป็นสัทธาของพระอริยสาวกทั้งหลาย ที่ท่านได้มาโดยการบรรลุ คือแทงตลอดอริยสัจจะ 4 ไม่ใช่สัทธาของปุถุชน เป็นสัทธาที่เชื่อ ที่เลื่อมใสคุณพระรัตนตรัยแน่นอน ไม่มีความหวั่นไหวในคุณเหล่านั้นโดยประการทั้งปวง
  3. โอกัปปนสัทธา(สัทธาอันเป็นความปลงใจเชื่อ) เป็นความปลงใจเชื่อ ด้วยความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นฉับพลัน เมื่อสักว่า มีผู้มากล่าวว่า ” พุทโธ ธัมโม สังโฆ ” ให้ได้ยินเท่านั้น หาความขัดข้องในความปลงใจเชื่อมิได้ ไม่มีความคลางแคลงใจในคำที่เขากล่าว เหมือนความปลงใจเชื่อด้วยความเลื่อมใสของพระเจ้ามหากัปปินะเป็นต้น
  4. ปสาทสัทธา(สัทธาอันเป็นความเลื่อมใส) ความเลื่อมใสแห่งจิต ด้วยความแช่มชื่นอันเป็นภาวะที่จิตผ่องใสไม่ขุ่นมัว ในคราวกระทำบุญทั้งหลาย มีการให้ทาน ฟังธรรมเป็นต้น

เพื่อนสหธรรมิกพึงสังเกตลักษณะของสัทธาทั้งหลายขณะเจริญกรรมฐานเถิด จักชี้วัดสถานภาพการปฏิบัติของท่านได้ดุจมีกระจกเงาส่องดูใบหน้าตนเองแล

(สาระจากนิสสยะอักษรขอม และอักษรธรรมล้านช้าง)