สตรีนั้นโดยทั่วไปมีปกติ

เชิดชูความงามแห่งร่างกาย 
ถือความสวยงามแห่งร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ
มีความภาคภูมิใจในความสวยงามเป็นพิเศษ

ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนขี้ริ้วขี้เหร่
ก็รู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกว่า
ตนด้อยกว่าสตรีอื่น
ทั้งนี้เพราะคนทั่วไปก็มักโน้มเอียง
ไปในทางนิยมยกย่องสตรีที่เลิศทางความงาม

และมีสตรีจำนวนไม่น้อย
ที่ก้าวขึ้นจากฐานะธรรมดา
ไปสู่ความรุ่งโรจน์ทางชื่อเสียง
และการหาเงินสร้างฐานะ
โดยอาศัยความงามแห่งรูปกาย
เป็นบันไดไต่เต้าขึ้นไป

แต่สตรีที่มีวิชาความรู้ดี
มีฐานะทางการเงินและการงานด
แม้จะด้อยทางรูปกาย
แต่เธอก็สามารถลบล้างปมด้อยนั้นเสียได้

โดยอาศัยความรู้
ความสามารถเป็นเครื่องจรรโลงใจ

เธอไม่ถือเอาความงามทางรูปกาย
มาเป็นมาตรฐานเทียบ
คือตัดใจเสียจากทางนั้น
แต่ถ้าเธอมิได้ตัดใจเสียจากทางนั้น
แม้จะมีความรู้ความสามารถเพียงใด
ก็หาได้พ้นไปจากความรู้สึกด้อยไม่

กล่าวในทางศาสนา
ความเป็นผู้มีอุปธิวิบัติ
ย่อมสืบเนื่องมาจากอกุศลกรร
ส่วนความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอุปธิสมบัติ
ย่อมได้มาจากกุศลกรรม

ดังพระพุทธวจนะที่ว่า

“สุวณฺณตา สุสรตา สุสณฺฐานํ
สุรูปตา อธิปจฺจํ ปริวาโร
สพฺพเมเตน ลพฺภติ

– ความเป็นผู้มีผิวพรรณดี
ความเป็นผู้มีเสียงไพเราะ
ความมีทรวดทรงดี ความเป็นผู้มีรูปงาม
ความเป็นใหญ่และความเป็นผู้
มีบริวารดีทั้งหมดนี้ บุคคลย่อมได้ด้วยบุญ”

—————

“สมบัติ – วิบัติ”
หนังสือปัญญารัตนะ
อาจารย์วศิน อินทสระ