คีรีวัน มารัญชยะ
§ สปฺปญฺโญ-สปญฺโญ

______________

§ หลายท่านเห็นสองศัพท์นี้แล้ว คงนึกคำแปลออก แต่ส่วนใหญ่จะแปลไปในทำนองเดียวกันว่า “ผู้มีปัญญา” ทีนี้ลองมาดูว่าทั้งสองศัพท์นี้ทำไมเขียนต่างกัน ถ้ามองในมุมมองของนักแต่งฉันท์ก็อาจคิดเห็นว่าใช้ได้ทั้งสองรูป คือ ถ้าต้องการลหุเพื่อรักษาฉันท์ก็ใช้ สปญฺโญ ถ้าไม่ได้รักษาฉันท์ก็ใช้รูปปกติว่า สปฺปญฺโญ 

§ ส่วนใหญ่จะพบรูป สปญฺโญ มากกว่า สปฺปญฺโญ ดังเช่นคาถาเริ่มต้นคัมภีร์วิสุทธิมรรคว่า

สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ~จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ 
อาตาปี นิปโก ภิกขฺ~โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ ฯ

“ภิกษุผู้เป็นคนฉลาด มีความเพียร มีปัญญาบริหารตน
ตั้งอยู่ในศีลแล้ว อบรมจิตและปัญญาตั้งอยู่ นั้น พึงถางชัฏนี้ไดแล”

หรือในคาถาสรุปบทพาหุงว่า

เอตาปิ พุทฺธชยมงฺคลอฏฺฐคาถา 
โย วาจโน ทินทิเน สรเตมตนฺที 
หิตฺวานเนกวิวิธานิ จุปทฺทวานิ 
โมกขํ สุขํ อธิคเมยฺย นโร สปญฺโญ ฯ

“นรชนใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน หมั่นสวดหรือระลึกซึ่ง
พระพุทธชัยมงคลทั้ง ๘ คาถานี้ทุก ๆ วัน นรชนนั้นจะพึง
ละเสียได้ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลายเป็นอเนกประการ
พึงถึงซึ่งโมกขสิวาลัยอันเป็นบรมสุข”

§ คำว่า สปญฺโญ ที่พบในคาถาทั้งสองนั้น เฉพาะคาถาที่ท่านนำมาเป็นกระทู้ตั้งของคัมภีร์วิสุทธิมรรคบางแห่งมีปาฐะว่า สปฺปญฺโญ ก็มี ปาฐะนี้นับว่าเหมาะสม เพราะศัพท์ดังกล่าวเป็นสหบุพพบทพหุพพีหิสมาสมีวิเคราะห์ว่า สห ปญฺญาย โย วตฺตตีติ สปฺปญฺโญ ฯ “ผู้เป็นไปกับด้วยปัญญา” ก็คือ “ผู้มีปัญญา”

§ การทำ ปฺ เทฺวภาวะเข้ามาก็โดยอนุวรรตตามภาษาสันสกฤตที่มีรูปว่า สปฺรชฺญ เมื่อปริวรรตมาเป็นบาลี ปฺร กลายเป็น ปฺป เนื่องจาก ร ถูกกลมกลืนโดย ปฺ ตัวหน้า ส่วน ชฺญ กลายเป็น ญฺญ เนื่องจาก ชฺ ถูกกลมกลืนโดย ญ ตัวหลังเช่นกัน รูปปกติทั่วไปจึงควรเป็น สปฺปญฺโญ แต่ถ้าอยู่ในฐานะรักษาฉันท์ก็ทอนพยัญชนะสังโยคออกได้ ตัวอย่างเช่น ปุตฺตานญฺหิ วโธ ทุโข ฯ (ขุ.ธ. ๒๕/๓๑๖/๗๑) คำว่า ทุโข ตัด กฺ ออกเพื่อให้ได้ ช คณะว่า วโธทุ (๑๒๑) ดังที่คัมภีร์สัททนีติ สุตตมาลา (๑๓๕) แสดงสูตรไว้ว่า สญฺญุตฺโต พฺยญฺชโน วิสญฺโญโค ฯ (ในคาถาบางแห่งพยัญชนะสังโยคจะไม่มีตัวซ้อน) และในคาถาแรกนั้น บาทที่ ๑ ท่านว่าเป็นอินทรวิเชียรจึงมีรูปว่า สปญฺโญ ได้ แต่ในที่อื่นมีรูปเป็น สปฺปญฺญ เช่น สปฺปญฺเญน มหานาม อุปาสเกน สปฺปญฺโญ อุปาสโก อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน จตูหิ อสฺสาสนิเยหิ ธมฺเมหิ อสฺสาเสตพฺโพ ฯ (สํ.มหา.๑๙/๑๖๒๘/๕๑๔)

§ ส่วนในคาถาพาหุง คำว่า สปญฺโญ ถึงแม้จะอยู่ในฐานะรักษาฉันท์ แต่ศัพท์ดังกล่าวไม่ได้มาจากรูปเดิมว่า สปฺปญฺโญ จึงควรแยกเป็นสองบทว่า ส ปญฺโญ ส ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นประโยค ต รับกับ โย ในประโยค ย ส่วน ปญฺโญ แปลว่า “ผู้มีปัญญา” เหมือนกัน ศัพท์นี้เป็นตัทธิตมิใช่สมาส ลง ณ ปัจจัยในอัสสัตถิตัทธิต มีวิเคราะห์ว่า ปญฺญา อสฺส อตฺถีติ ปญฺโญ ฯ ตรงกับสันสกฤตว่า ปฺราชฺญ ที่เรานิยมแปลทับศัพท์ว่า “นักปราชญ์” นั่นเอง คำว่า ส ปญฺโญ เป็นปทสนธิ (เชื่อมบท) มิใช่วัณณสนธิ (เชื่อมอักษร) จึงเขียนแยกกันได้ ดังตัวอย่างว่า ส สีลวา (โส สีลวา) เป็นต้น

§ สรุป สปฺปญฺโญ และ ปญฺโญ แปลว่า “ผู้มีปัญญา” เหมือนกัน คำหนึ่งเป็นสมาส คำหนึ่งเป็นตัทธิต ในที่รักษาฉันท์สามารถลดสังโยคเป็น สปญฺโญ ได้ แต่ข้อความที่เป็นจุณณิยะควรมีรูปว่า สปฺปญฺโญ เท่านั้น

===================

source :-

คีรีวัน มารัญชยะ