สมาคมเปรียญธรรม 9 ประโยค (สป9) ออกหนังสือเรื่อง ข้อกังวลและกระแสข่าวลือต่อพระพุทธศาสนา

เรื่อง ข้อกังวลและข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์และกระแสข่าวลือที่มีต่อพระพุทธศาสนา โดยมีข้อความดังนี้

๑. สมาคมฯ ไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงหลักธรรมและหลักพระวินัยในพระพุทธศาสนา การใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ ต้องไม่ไปล้มล้างอำนาจตามกฎหมายอื่น เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๖ เป็นต้น ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพทางศาสนาของหมู่ชนชาวพุทธ จึงขอให้ผู้มีอำนาจ พิจารณาให้รอบคอบและรอบด้าน และขอเรียกร้องให้องค์กรปกครองชาวพุทธ ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่จาบจ้วงพระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุดโดยเร็ว

๒. สมาคมฯ ไม่เห็นด้วยกับการเตรียมการออกกฎหมาย ที่จะมีผลบังคับต่อประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยพุทธ โดยฝ่ายนิติบัญญัติที่ไม่ใช่พุทธศาสนิกชน เพราะเรื่องศาสนา เป็นเรื่องของศรัทธา ศาสนิกชนของศาสนาใด ย่อมมีความศรัทธาในหลักคำสอนและพระธรรมวินัยของศาสนานั้น เช่น การเตรียมออกกฎหมายบังคับให้พระสงฆ์ บวชตลอดชีวิต บังคับห้ามมิให้พระสงฆ์รับมรดก เป็นต้น ซึ่งการอุปสมบทในประเทศไทยนั้น เป็นประเพณีปฏิบัติซึ่งเป็นหน้าที่ของกุลบุตรชาวไทย ที่ต้องบรรพชาอุปสมบททดแทนพระคุณบิดามารดา สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา แม้เพียงครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หากบัญญัติกฎหมายข้อนี้มาบังคับใช้ จะเป็นการทำลายศาสนทายาทของพระพุทธศาสนา ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย


๓. การบังคับให้สถาบันการศึกษาของสงฆ์จัดการเรียนการสอนเฉพาะหลักสูตร ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในวิชาการชั้นสูงอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามพระธรรมวินัยนั้น จะเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของชาวพุทธอย่างร้ายแรง เพราะสถาบันการศึกษาของสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง เป็นองค์กรที่ช่วยแก้ปัญหาการพัฒนาการศึกษาของชาติ เป็นการให้โอกาสแก่ลูกหลานไทยที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้น เพราะพระสงฆ์ที่บวชเรียนอยู่นั้น ต่างก็เป็นลูกหลานไทย สมควรส่งเสริมสนับสนุนคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกับศาสนาอื่น สมาคมฯ เห็นด้วยกับการไม่แบ่งแยกนิกาย สมควรให้มีการรวมนิกายเถรวาทไทยเข้าด้วยกัน เพราะไม่มีกฎหมายฉบับใด ที่ให้พระสงฆ์ไทยดั้งเดิม ต้องแบ่งแยกนิกาย เป็นเพียงแต่การนับถือปฏิบัติกตามคำสอนของครูอาจารย์ที่แตกต่างกันเท่านั้น

๔. สมาคมฯ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้นำพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาปรับใช้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถและยังอยู่ในวัยที่สมควร ให้มามีส่วนร่วมและแบ่งเบาภาระพระมหาเถระ ในการบริหารกิจการพระพุทธศาสนา

๕. สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้องค์กรชาวพุทธทั่วประเทศ จัดประชุมธรรมสภา รับฟังและระดมความคิดเห็น ต่อสถานภาพของพระพุทธศาสนาภายใต้กฎหมายไทย จากสันนิบาตชาวพุทธทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอแนวคิดต่อองค์กรผู้รับผิดชอบในการบัญญัติกฎหมายในการปฏิรูปพระพุทธศาสนา สืบต่อไป

สมาคมเปรียญธรรม ๙ ประโยค (สป๙)

๑ มีนาคม ๒๕๖๐