สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๗
ทรงประลองศิลปศาสตร์ยกศรอันหนัก  ดีดสายศรเสียงสนั่นกระหึ่มเมือง

พอเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนมายุพอสมควรแล้ว    พระราชบิดาจึงทรงส่งไปศึกษาศิลปวิทยาที่สำนักครูที่มีชื่อว่า ‘วิศวามิตร’  เจ้าชายทรงศึกษาการใช้อาวุธ และการปกครองได้ว่องไวจนสิ้นความรู้ของอาจารย์

ภาพที่เห็นนี้  เป็นตอนเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนมายุได้  ๑๖  ปีแล้ว  และทรงศึกษาศิลปวิทยาจบแล้ว  พระราชบิดาจึงตรัสสั่งให้สร้างปราสาท ๓  ฤดู  เป็นจำนวน ๓ หลัง ให้ประทับเป็นที่สำราญพระทัย  ปราสาทหลังที่หนึ่งเหมาะสำหรับประทับในฤดูหนาว  หลังที่สองสำหรับฤดูร้อน  ทั้งสองหลังนี้จะมีอะไรเป็นเครื่องควบคุมอุณหภูมิไม่ทราบได้  และหลังที่สามสำหรับประทับในฤดูฝน

หลังจากนั้น  พระราชบิดาได้ทรงแจ้งไปยังพระญาติวงศ์ทั้งสอง  คือฝ่ายพระมารดาและฝ่ายพระบิดา  ให้จัดส่งพระราชธิดามาเพื่อคัดเลือกสตรีผู้สมควรจะอภิเษกสมรสกับเจ้าชาย ทั้งนี้เพราะพราะราชบิดาทรงต้องการจะผูกมัดพระราชโอรสให้เสด็จอยู่ครองราชสมบัติมากกว่าที่จะให้เสด็จออกทรงผนวช

แต่พระญาติวงศ์ทั้งปวงเห็นว่า  ควรจะให้เจ้าชายได้แสดงความสามารถในศิลปศาสตร์ที่ทรงเล่าเรียนมาให้เป็นที่ประจักษ์แก่หมู่พระญาติก่อน   พระราชบิดาจึงอัญเชิญพระญาติวงศ์มาประชุมกันที่หน้าพระมณฑปที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่  ณ ใจกลางเมืองเพื่อชมเจ้าชายแสดงการยิงธนู

ธนูที่เจ้าชายยิงมีชื่อว่า  ‘สหัสถามธนู’  แปลว่า  ธนูที่มีน้ำหนักขนาดที่คนจำนวนหนึ่งพันคนจึงจะยกขึ้นได้  แต่เจ้าชายทรงยกธนูนั้นขึ้นได้  ปฐมสมโพธิให้คำอุปมาว่า   ‘ดังสตรีอันยกขึ้นซึ่งไม้กงดีดฝ้าย’บรรดาพระญาติวงศ์ทั้งปวงได้เห็นแล้วต่างชื่นชมยิ่งนัก   แล้วเจ้าชายทรงลองดีดสายธนูก่อนยิง  เสียงสายธนูดังกระหึ่มครึ้มคราวไปทั้งกรุงกบิลพัสดุ์  จนคนทั้งเมืองที่ไม่รู้และไม่ได้มาชมเจ้าชายยิงธนู  ต่างถามกันว่านั่นเสียงอะไร

เป้าที่เจ้าชายยิงธนูวันนั้น  คือ  ขนหางทรายจามรีที่วางไว้ในระยะหนึ่งโยชน์  ปรากฏว่า  เจ้าชายทรงยิงถูกขาดตรงกลางพอดี   ทั้งนี้ท่านว่า   “ด้วยพระเนตรอันผ่องใสพร้อมด้วยประสาททั้ง  ๕    อันบริสุทธิ์อันปราศจากมลทิน” พระญาติวงศ์ทั้งปวง  จึงยอมถวายพระราชธิดา  ซึ่งมีนางพิมพายโสธรารวมอยู่ด้วย  เพื่อคัดเลือก

source :- http://www.84000.org/tipitaka/picture/f07.html

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...