สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๑๐
ทรงสรงสนานน้ำในสระ  ราชบุรุษไปทูลว่า  พระนางพิมพาประสูติพระโอรสแล้ว

ภายหลังที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นเทวฑูตที่ ๔  คือนักบวช  จนตัดสินพระทัยว่าจะเสด็จออกบวชแน่นอนแล้ว  ก็เสด็จด้วยรถพระที่นั่ง  ที่ปฐมสมโพธิว่า “เทียมด้วย  มงคลวรสินธพทั้ง  ๔  มีสีดังดอกโกกนุทปทุมบุปฝาชาติ (ดอกบัวสีแดง)”  เสด็จไปถึงพระราชอุทยาน

เมื่อเสด็จไปถึง   เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งแวดล้อมไปด้วยคณานางอเนกนิกรสุรางคศักยราชกัญญาก็เสด็จลงสรงสนานในสระโบกขรณี  ที่เรียงรายระดาดาดด้วยเบญจปทุมชาติ

เสด็จอยู่ที่พระราชอุทยานเกือบทั้งวัน  จนเกือบเย็นจึงมีเจ้าพนักงานจากราชสำนักผู้หนึ่ง  ซึ่งพระเจ้าสุทโธทนะรับสั่งให้นำข่าวมาทูลให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงทราบ     เจ้าพนักงานกราบทูลว่าพระนางพิมพายโสธราประสูติพระโอรสแล้ว

พระพุทธโฆษาจารย์ผู้แต่งอรรถกถาธรรมบทได้พรรณาความตอนนี้ไว้ว่าเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงทราบข่าวว่า   พระชายาของพระองค์ประสูติพระโอรสแล้ว   ทรงเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งซึ่งไม่เคยเกิดกับพระองค์มาก่อนเลย  คือ  ความรักลูกยิ่งนัก

ความรักนั้นเกิดขึ้นแล้ว   หนักหน่วงในพระทัย   ผูกมัดรัดรึงพระทัยยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก  จนทรงอุทานออกมาว่า

“พันธนัง  ชาตัง  ราหุลัง  ชาตัง”

แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ห่วงเกิดขึ้นเสียแล้ว”  คำที่แปลว่า “ห่วง” ในพระอุทานของเจ้าชายสิทธัตถะคือ  ราหุลัง  หรือ  ราหุล  ต่อมาคำนี้ได้ถวายเป็นพระนามของราหุลกุมาร

ที่เจ้าชายสิทธัตถะเปล่งอุทานขึ้นมาว่า “ห่วงเกิดขึ้นเสียแล้ว” นั้น หมายถึงว่า  พระองค์กำลังตัดสินพระทัยจะเสด็จออกบวช   กำลังจะตัดห่วงหาอาลัยในฆราวาสอย่างอื่น   ก็เกิดมีห่วงใหม่ขึ้นมาผูกมัดเสียแล้ว

ที่มา – http://www.84000.org/tipitaka/picture/f10.html

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...