สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๑๓
เสด็จไปเยี่ยมพระนางพิมพา  ซึ่งกำลังบรรทมหลับสนิทเป็นนิมิตอำลาผนวช

พอสิ้นพระดำรัสถามของเจ้าชายสิทธัตถะ  ก็มีเสียงทูลขานรับ เจ้าของเสียงระบุชื่อ  ตัวเองว่า  ‘ฉันนะ’  นายฉันนะ  คือ  มหาดเล็กคนสนิทของเจ้าสิทธัตถะและเป็นสหชาติ  คือเกิดวันเดียวกับเจ้าชายด้วย

ถ้าจะอุปมาเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเป็นดุจบทละคร     นายฉันนะก็เป็นตัวละครที่สำคัญคนหนึ่งในเรื่อง  ความสำคัญนั้นคือ  เป็นผู้มีส่วนร่วมในการเสด็จออกบวชของพระพุทธเจ้า  อีกอย่างหนึ่งที่รู้จักกันดี   คือ   เมื่อภายหลังเจ้าชายได้เสด็จออกบวชและได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว    นายฉันนะได้โดยเสด็จออกบวชด้วย  พระฉันนะกลายเป็นพระหัวแข็ง   ใครว่ากล่าวไม่ได้นอกจากพระพุทธเจ้าองค์เดียวเพราะพระฉันนะถือตัวว่าเป็นข้าเก่า   เขาใช้สรรพนามเรียกเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้าติดปากมาจนกระทั่งบวชเป็นพระอยู่เดียวว่า  ‘พระลูกเจ้า’

ในตอนที่กล่าวนี้    นายฉันนะนอนอยู่ที่ภายนอกห้องบรรทมของเจ้าชาย   ศีรษะหนุนกับธรณีพระทวาร  เมื่อเจ้าชายรับสั่งให้ไปเตรียมผูกม้า  นายฉันนะก็รับพระบัญชารีบลงไปที่โรงม้า

ส่วนเจ้าชายผู้ทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่แล้วว่าจะเสด็จออกบวช  เสด็จไปยังห้องบรรทมของพระนางพิมพายโสธราผู้ชายาก่อน    เมื่อเสด็จไปถึง   ทรงเผยบานพระทวารออก   ทรงเห็นพระชายากำลังหลับสนิท  พระนางทอดพระพระกรไว้เหนือเศียรราหุล  โอรสผู้เพิ่งประสูติ  พระองค์ทรงเกิดความเสน่หาอาลัยในพระชายาและพระโอรสที่เพิ่งได้ทอดพระเนตรเห็นเป็นครั้งแรกอย่างหนัก

ทรงหมายพระทัยว่า “จะทรงยกพระหัตถ์นางผู้ชนนี  จะอุ้มเอาองค์โอรส  ก็ทรงเกรงพระนางจะตื่นบรรทม   และจะเป็นอุปสรรคแก่การเสด็จออกบวช   จึงข่มพระทัยเสีย  ได้ว่าอย่าเลย  เมื่อได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า  จะกลับมาทัศนาการพระพักตร์พระลูกแก้วเมื่อภายหลัง”

แล้วเสด็จออกจากที่นั้น  ลงจากปราสาทไปยังที่ที่นายฉันนะเตรียมผูกม้าไว้เรียบร้อยแล้ว

ที่มา – http://www.84000.org/tipitaka/picture/f13.html

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...