สาลีนํ โอทนํ หรือ สาลีนํ โภชนํ

————————————-

¶ เมื่อวานนี้ไปงานขึ้นบ้านใหม่ได้ยินศาสนพิธีกรของงานกล่าวนำถวายข้าวพระพุทธพร้อมทั้งคำแปลด้วยว่า

อิมํ สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ สาลีนํ โภชนํ (ส)อุทกํ วรํ, พุทฺธสฺส ปูเชม ฯ

“โภชนะแห่งข้าวสาลีอันประกอบด้วยแกงและกับ พร้อมทั้งน้ำนี้ เป็นของประเสริฐ ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบูชาแด่พระพุทธเจ้า”

(แปลแบบนี้ก็เข้าท่าดีแฮะ)

¶ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการบาลีมานานพอสมควร โดยเฉพาะคำว่า โอทนํ และ โภชนํ (บางทีเปลี่ยนวิภัตติเป็น โอทนานํ โภชนานํ ก็มี) มีบางท่านเสนอแนะให้ตัดคำว่า สาลีนํ ออก และเพิ่ม ส มาหน้า อุทกํ เป็น สอุทกํ โดยให้เหตุผลว่า เมืองไทยไม่นิยมบริโภคข้าวสาลีกัน จึงไม่ต้องใส่คำนี้มาก็ได้

¶ ทีนี้ลองมาพิจารณา สาลีนํ ว่าแปลว่าอะไรได้อีกบ้าง นอกจาก “แห่งข้าวสาลีทั้งหลาย” แล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า สาลีนํ เป็นวิเสสนะของ โอทนํ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสามีสัมพันธะ คำนี้สำเร็จมาจาก สห+อลีน เข้าสมาสกันเป็น สาลีน มีวิเคราะห์ว่า

สห อลีเนน โย วตฺตตีติ – สาลีโน (โอทโน) “ข้าวสุกที่เป็นไปกับด้วยสิ่งที่ไม่มัวหมอง” (ข้าวสุกบริสุทธิ์) เมื่อนำมาประกอบวิภัตติขยาย โอทนํ เป็น สาลีนํ คำนี้จึงเป็นทุติยาวิภัตติ (สาลีน+อํ) เหมือน โอทนํ

¶ ประเด็นสุดท้ายที่ต้องพิจารณาคือ โอทนํ กับ โภชนํ อย่างไหนถือว่าเหมาะสมกว่ากัน ก็มาดูที่ความหมาย โดยทั่วไป โอทน หมายถึง “ข้าว” ส่วน โภชน หมายถึง “อาหาร, ของกินต่างๆ” ในเมื่อมีการพูดถึงอาหารไว้ใน สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ (ประกอบด้วยแกงและกับ) แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง โภชนํ อีก มิเช่นนั้นจะมีแต่แกง (สูป : กับข้าวเปียก) และกับ (พฺยญฺชน : กับข้าวแห้ง) การกล่าวว่า “โภชนะอันประกอบด้วยแกงและกับ” จึงเป็นคำที่กล่าวซ้ำ กลายเป็นว่ามีแต่อาหารไม่มีข้าว คำที่เหมาะสมจึงควรเป็น โอทนํ

¶ ส่วน อุทกํ ของเดิมไม่มี ส ก็ไม่ต้องแก้เป็น สอุทกํ ถ้าจะเพิ่ม จ ศัพท์เข้ามาข้างท้ายเป็น อุทกญฺจ ก็ดูดี แต่ถ้าไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร เมื่อปรับใหม่แล้วก็จะได้บทบูชาข้าวพระพุทธ ดังนี้

(แบบที่ ๑)

อิมํ สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ สาลีนํ โอทนํ อุทกํ วรํ, พุทฺธสฺส ปูเชม ฯ

“โอทนะ (ข้าวสุก) บริสุทธิ์ อันประกอบด้วยแกงและกับ (และ) น้ำนี้ เป็นของประเสริฐ ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบูชาแด่พระพุทธเจ้า”

(แบบที่ ๒)

อิมํ สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ สาลีนํ โอทนํ อุทกญฺจ วรํ, พุทฺธสฺส ปูเชม ฯ

“โอทนะ (ข้าวสุก) บริสุทธิ์ อันประกอบด้วยแกงและกับ และน้ำนี้ เป็นของประเสริฐ ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบูชาแด่พระพุทธเจ้า”