1. อย่าแม่อย่าแปรประทุษจิต ทุจริตจัญไรร้าย

ซื่อซ้อมถนอมสัตย์ใน                  บทเรณุภรรดา

                                           ฯลฯ

  1. อย่าเยี่ยงหญิงชั่ว ไป่รู้คุณผัว    ไม่กลัวความอาย    สิ้นลมข่มคำ    ห่อนยำเยงชาย    จงจิตคิดหมาย    มุ่งร้ายภรรดา

                                                         ฯลฯ

  1. อย่าเยี่ยงหญิงโหด มักหึงขึ้งโกรธ    วิวาทวาทา    ฤห่อนย่อท้อ    งอนง้อภรรดา    โอหังตั้งหน้า    ปากกล้าไป่กลัว

                                                           ฯลฯ

  1. อย่าเยี่ยงหญิงร้าย แง่งอนห่อนอาย    เล่นริกขิกหัว    หากินก็เกียจ    เตรียจชายเข้าครัว    ละไว้ให้ผัว     กอบกิจปิดงำ  (เตรียจ  แปลว่าเกี่ยงงอน)

                                                             ฯลฯ

  1. อย่าเยี่ยงหญิงบาป ละโมบโลภลาภ    เกลศเหลือประมาณ    เร่ชู้รู้เช่น    ฤาษีแก่นสาร    ชาติช้าสาธารณ์    ทรลักษณ์ศักดิ์สูญ

                                                               ฯลฯ

  1. อย่าเผยบัญชรบาน พิศาลทัศนาชน

จักแถลงแสดงนุสรณ์               อย่าสรวลเสียงสำเนียงดัง

                                                               ฯลฯ

 

  1. อย่าด่วนครรไลแล่น กรกรีดแหวนบ่ทงควร

ทอดตาลีลาจวน                         สะดุดบาทจักพลาดพลำ

                                                    ฯลฯ

  1. อย่าเดินทัดมาลา     เสยเกศาบ่ควรทำ

จีบพกพลางขานคำ                  สะกิดเพื่อนสำรวลพลาง

 

  1. อนึ่งอย่าแคะควักดีเอาที่หนู

      หาเลือดปูริและเฝ้าแกะก้าม

      เที่ยวค้นคว้าตีนงูดูสุดทราม

      เขาจะหยามเย้ยเยาะหัวเราะเรา

      อย่าเชือดเถือเนื้อหนูไปเพิ่มช้าง

      อย่าคัดง้างปลวกเตี้ยเติมภูเขา

      แบ่งพิษงูเพิ่มนาคยากไม่เบา

      อย่ารองเอาน้ำค้างใส่สาคร

      อย่าเอาภัยในพนมข่มราชสีห์

      เอาวารีข่มขู่ให้มังกรหยอน

      เอาพร้าวไปขายสวนไม่ควรจร

      เอาบทกลอนอวดกวีเป็นที่อาย

      อย่าอวดดีขี่ช้างซับมันบ้า

      อย่าอวดกล้ายิงปืนปากสลาย

      อย่าเลี้ยงลูกจระเข้คะนองร้าย

      เลี้ยงลูกเสือหมีหมายให้คุ้มตน

      อย่าลากคออสรพิษติดตามหลัง

      เที่ยวแหย่รังแตนเล่นไม่เป็นผล

      เอาไม้สั้นรันคูถมูตรระคน

      จะต้องตนเปล่า ๆ ไม่เข้าการ

      อุตส่าห์จำนะจะร่ำสอนให้สิ้น

      อย่าดูหมิ่นของน้อยนั้นสี่สถาน

      หนึ่งงูเล็กเล็กพริกพระกุมาร

      ทั้งไฟถ่านเท่าหิ่งห้อยอย่าไว้ใจ

      เห็นเสือผอมเพียงพินาศจะขาดจิต

      อย่าอวดฤทธิ์ฮึกฮักเข้าผลักไส

      ทั้งทรชนคนชั่วพวกหัวไม้

      อย่าทำคุณมันให้เสียเงินทอง

      อนึ่งช้างสูงเสียงชราแก่

      งูเห่าแม่งูปลาก็อย่าต้อง

      อีกข้าเก่ากล่าวเสนาะเพราะพรอดพร้อง

      ทั้งเมียรักร่วมห้องให้ระวัง

                         ฯลฯ

  1. อย่ามักใหญ่ใฝ่สูงให้เกินศักดิ์

     จะพลันหักด้วยกำลังลมประหาร

     อนึ่งรู้น้อยศึกษาวิชาการ

     แต่สำคัญมั่นประมาณว่ามากมาย

     เหมือนกบเกิดในสระกว้างสักเส้น

     ไม่เคยเห็นน้ำในทะเลหลาย

     ก็สำคัญมั่นใจไม่เคลื่อนคลาย

     ว่ามากมายหนักหนาน้ำในสระเรา

     เช่นคนรู้ไม่ถึงไหนถึงไปสวด

     ยังไม่ควรที่จะอวดอย่าอวดเขา

     อย่าบรรทุกเกวียนหนักจะหักเพรา

     ลำสำเภาเพียบล้นจะล่มพลัน

     อนึ่งใช่ญาติมิตรสนิทเนื้อเขาเกื้อหนุน

     ควรคิดคุณท่านกว่าจะอาสัญ

     ถึงไม่มีสิ่งไรจะให้ปัน

     อุตส่าห์หมั่นสรรเสริญเจริญพร

     อย่าดูเยี่ยงยูงอักกตัญญู

     มิได้รู้คุณท่านที่ทำก่อน

     กลับแกล้งทำเวทนาให้อาทร

     ในอักษรนิทานโบราณมี

                      ฯลฯ

  1. น้ำที่เชี่ยวเรี่ยวแรงทุกแห่งหาด

     อย่าคัดวาดลำเรือให้รีขวาง

     อย่าจอดเรือริมต้นไม้ใกล้หนทาง

     อย่ากั้นกางช้างสารจะสู้กัน

     อย่าเห็นกรวดตรัดเตร็ดว่าเพชรพลอย

     เห็นหิ่งห้อยอย่าว่าดีกว่าสุรีย์ฉัน

     อย่ารักทองกาไหล่หนาว่าสุวรรณ

     เห็นกำนั้นดีกว่ากอบไม่ชอบกล

     อย่าเคี้ยวอ้อว่าอร่อยอ้อยไม่หวาน

     ทุเรียนรานปลูกหญ้าว่าเป็นผล

     อย่ารักทรัพย์สินนักกว่ารักตน

     อย่ารักคนอื่นดีกว่าพี่น้อง

     อันลูกเมียเหมือนหนึ่งกับผืนผ้า

     ถึงขาดฉีกชั่วแล้วหาก็ได้คล่อง

     น้องที่รักร่วมชีวีพี่ร่วมท้อง

     เหมือนหนึ่งสองแขนติดสนิทกาย

     หนน้ำบกตกไหนคงไปด้วย

     คงชูช่วยเพื่อนผีไม่หนีหน่าย

     รู้รักกันอย่ารู้มีราคีคาย

     ใครกล่าวร้ายเจ็บแทนด้วยแค้นเคือง

                             ฯลฯ

  1. อนึ่งฟืนไฟในเหย้าอย่าเอาออก

     เพลิงข้างนอกอย่าเอาเข้าในเคหา

     แนะนำศึกสู่เหย้าเข้าตำรา

     อย่าเปิดฝาเรือนตนให้คนดู

     เมียชั่วจริงนิ่งไว้แต่ในอก

     อย่าหยิบยกออกขยายให้หลายหู

     เหมือนการกิจผิดก็ได้ไว้เป็นครู

     ให้เขารู้เรื่องไปทำไมมี

                           ฯลฯ

  1. อย่าโทษไทยเทวาคณายักษ์

     อย่าโทษภูมิภูผาพฤกษาสินธุ์

     อย่าโทษอินทร์องค์พรหมโลก

     อย่าโทษญาติกากายสหายรัก

     โทษบุญกรรมนำชักให้ชั่วดี

     ข้างแพทย์ดูว่าเป็นลมให้สมบท

     อีแม่มดว่าวุ่นถูกคุณผี

     ข้างโหรเห็นเทวดาเข้ายายี

     ท่านภูรีร้องว่ากรรมเขาทำมา

 

                         

    

     อย่าโทษไทยท้าวท่วย               เทวา

อย่าโทษสถานภูผา                        ย่านกว้าง

อย่าโทษหมู่วงศา                           มิตรญาติ

โทษแต่กรรมเองสร้าง                    ส่งให้เป็นเอง

     หมอแพทย์ทายว่าไข้                 ลมคุม

โหรว่าเคราะห์แรงรุม                     โทษให้

แม่มดว่าผีกุม                                 ทำโทษ

ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้                 ก่อสร้างมาเอง

     อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า                มาถนอม

สูงสุดมือมักตรอม                         อกไข้

เด็ดแต่ดอกพยอม                          ยามยาก  ชมนา

สูงก็สอยด้วยไม้                            อาจเอื้อมเอาถึง

 

เฉพาะสตรี

  1. ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินนาด

     ค่อยเยื้องยาตรยกย่างไปกลางสนาม

     อย่าไกวแขนสุดแขนเขาห้ามปราม

     เสงี่ยมงามสงวนไว้แต่ในที

     อย่าเดินกรายย้ายอกยกผ้าห่ม

     อย่าเสยผมกลางทางหว่างวิถี

     อย่าพูดเพ้อเจ้อไปไม่สู้ดี

     เหย้าเรือนมีกลับมาจึงหารือ

     ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบ

     ผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถือ

     อย่านุ่งผ้าพกใหญ่ใต้สะดือ

     เขาจะลือว่าเล่นไม่เห็นควร

     อย่าลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิต

     ระวังปิดปกป้องของสงวน

     เป็นนารีที่อายหลายกระบวน

     จงสงวนศักดิ์สง่าอย่าให้อาย

     อนึ่งเนตรอย่าสังเกตให้เกินนัก

     จงรู้จักอาการประมาณหมาย

     แม้นประสบเหล่าเจ้าผู้ชาย

     อย่าชม้ายทำชม้อยตะบอยแล

     อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง

     เหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส

     จริงไม่จริงเขาก็เอาไปเล่าแซ่

     คนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม

     อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรัก

     มิใช่จักตัดหางที่สร้างสม

     แม้จะรัก ๆ ไว้ในอารมณ์

     อย่ารักชมออกหน้าเป็นราคี

  1. อย่าระรานหลงระเริงด้วยเชิงชาย

     เขารักจริงให้สู่ขอต่อพ่อแม่

     อย่าวิ่งแร่หลงงามไปตามง่าย

     เขาไม่เลี้ยงไล่ขับจะอับอาย

     ต้องเป็นม่ายอยู่กับบ้านประจานตน

     ข้างพ่อแม่ก็จะโกรธพิโรธร่ำ

     จะต้องจำตีโบยออกโหยหน

     ด้วยท่านอายขายหน้าประชาชน

     ไม่รักตนเราจึงต้องมาหมองมัว

  1. มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท

     อย่าให้ขาดด้วยของต้องประสงค์

     ถ้าทำน้อยกินน้อยค่อยบรรจง

     อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

     ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ

     ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน

     เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล

     จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ

                         ฯลฯ

  1. เมื่อยามยิ้ม ๆ ไว้แต่ในพักตร์

     อย่ายิ้มนักเสียสง่าพาสลาย

     อย่าเท้าแขนเท้าคางให้ห่างกาย

     อย่ากรีดกรายกรอมเพราะเที่ยวเราะเริง

     จะแต่งตัวก็อย่ามัวแต่การแต่ง

     อย่าทาแป้งจับกระเหม่าเข้าจนเหลิง

     ใช่บ้านนอกคอกนามาแต่เยิง

     ทำเซอะเซิงเขาจะโห่วิ่งโร่ไป

     เมื่อยามตรุษยามสงกรานต์มีงานหลวง

     แต่งให้งามตามกระทรวงหาว่าไม่

     ครั้นสิ้นเขตเทศกาลทำงานไป

     อย่าร่ำไรผัดหน้าตั้งตาปี

อย่ารู้มากบากหนีแต่ที่ง่าย

ที่ไหนหนักหักกายเข้าแบกหาม

เป็นชาติชายไว้ลายในสงคราม

จะลือนามทั่วโลกกลาปา

จงดูเยี่ยงพี่ที่มีสัตย์

ไม่กำหนัดชีวันเท่าเกศา

ไม่ควรตายจึงเสียดายดวงชีวา

อันควรม้วยมรณาอย่าอาลัย  (พาลีสอนน้องในเรื่องรามเกียรติ์  ตามเรื่องว่า  พาลีแสดงความกล้าหาญโดยยอมตายเพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ของตน  และในเวลาใกล้จะตายได้ให้โอวาทแก่น้อง  ดังที่นักปราชญ์ท่านได้ประพันธ์เป็นกลอนตามที่กล่าวมานั้น)