ที่เมืองมุมไบ อินเดีย เดือนหน้านี้ คานทิ ศาไวยะ อายุ20ปี  จะเลิกนับถือศาสนาฮินดูที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษและเปลี่ยนมาเป็นชาวพุทธโดยผู้ใหญ่ในครอบครัวเป็นผู้นำให้เปลี่ยน

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาคนในวรรณะที่สูงกว่าได้เฆี่ยนตีกลุ่มคนวรรณะจัณฑาลอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชนในหมู่บ้านโมตาสามาธิยาลา เพราะสงสัยว่าคนกลุ่มนี้ไปฆ่าวัวซึ่งเป็นสัตว์ที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ในหลายศาสนาของอินเดีย  ในท่ามกลางผู้เคราะห์ร้ายชาววรรณะจัณฑาลนั้นมีญาติๆของศาไวยะด้วย

ด้วยความเหนื่อยหน่ายกับการแบ่งชั้นวรรณะของศาสนาฮินดูที่หยั่งรากลึกมาหลายศตวรรษ ศาไวยะและครอบครัวจึงอยากออกจากชีวิตแบบนี้

โดยในวันที่ 11 ตุลาคม จะมีการชุมนุมทั่วรัฐคาดว่าคนวรรณะจัณฑาลมากกว่า40,000คน จะมาทำพิธีเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา โดยจัดพิธีนี้ขึ้นอย่างน้อย4เมือง กลุ่มต่างๆชาวดาลิทหรือจัณฑาล และกลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไรจะมาช่วยกันประสานงานการจัดงานนี้

อโชกะ สำราต อายุ35ปี ผู้นำกลุ่มชาวจัณฑาลที่เป็นที่รู้จักในรัฐคุชราตที่เปลี่ยนมาเป็นชาวพุทธโดยทำพิธีใหญ่ในที่สาธารณะเมื่อปี พศ.2552 ซึ่งมาช่วยจัดงานนี้กล่าวว่า “ มีผู้คนเสียชีวิตจากความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับระบบวรรณะมากกว่าเสียชีวิตจากการก่อการร้ายซะอีก   พุทธศาสนาแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้มนุษย์มีศักดิ์ศรีและมีความเท่าเทียมกัน”

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โรหิต เวมุลลา นักศึกษาปริญญาเอกซึ่งเป็นชาวจัณฑาลเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่มหาวิทยาลัยไฮเดอราบัดทำให้เกิดการประท้วงและนำไปสู่การเริ่มมีการปรับโทษทางอาญาผู้บริหารและอธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่มีการกระทำที่โหดร้ายทางชั้นวรรณะ

เมื่อเดือนเมษายนครอบครัวของนักศึกษาปริญญาเอกผู้นี้ได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาโดยทำพิธีที่เมืองมุมไบ ในรัฐทมิฬนาฑู มีหลายครอบครัวกำลังใคร่ครวญที่จะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามหลังจากที่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในวัดฮินดู

การเปลี่ยนศาสนาของคนที่อยู่ในวรรณะต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปนับถือพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อมีความรุนแรงเกิดขึ้น

ลักษณะของศาสนาฮินดูที่มีระบบวรรณะ แบ่งแยกผู้คนเป็นกลุ่ม กลุ่มล่างสุดคือจัณฑาลจากประวัติศาสตร์ คนกลุ่มนี้ได้รับการปฏิเสธในเรื่องการศึกษา ให้ไปทำงานเหมือนทาสเช่นการเก็บขยะและ ถูกรุกรานเรื่องศักดิ์ศรีขั้นพื้นฐานของมนุษย์และการตัดสินใจด้วยตนเอง

ในปีพศ. 2499 ผู้นำชาววรรณะจัณฑาลและผู้มีชื่อเสียงของประเทศคือ ดร.อัมเบดการ์ ที่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดีย ได้นำมหาชนจำนวนมากเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาในรัฐมหาราษฏระหลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในศาสนาฮินดูซึ่งทำให้เกิดพิธีเปลี่ยนศาสนาของมหาชน มาเป็นชาวพุทธ ตั้งแต่นั้นมาจนปัจจุบัน

“เราได้ค้นพบความเชื่อมโยงกับพุทธศาสนา” ลักซมัน มาเน่นักเคลื่อนไหวและกวีจากรัฐมหาราษฏระกล่าว เขาเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาในปีพศ.2549 และผลักดันให้มหาชนอีกกว่า 500,000 ให้มาร่วมพิธีเปลี่ยนมานับถือพุทธศานาด้วยกันที่มุมไบ ในปีพศ. 2550

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ซี ลักสมานัน จากสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาแห่งมาดรัสในเชนนาย กล่าวว่า “ในอินเดียการเปลี่ยนศาสนาเป็นรูปแบบของการประท้วงและการอธิบายถึงความไม่พึงพอใจ   การเปลี่ยนศาสนาเป็นทั้งเรื่องการเมืองและศาสนา”

จากสถิติอาชญากรรมในประเทศ อาชญากรรมที่เกิดจากระบบวรรณะรวมถึงที่เกิดกับจัณฑาล เพิ่มขึ้น19% จากปี พศ.2556-2557

จากข้อมูลสถิติในปีพศ. 2554 ซึ่งอัพเดทล่าสุด ในอินเดียมีชาวฮินดูอยู่ 80%ของประชากรในประเทศมุสลิม13% ชาวพุทธน้อยกว่า 1%   อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวพุทธคือ6%เมื่อเปรียบเทียบกับการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศคือ18%

รัฐธรรมนูญของอินเดียให้อิสระเรื่องศาสนาและการเปลี่ยนศาสนาโดยสมัครใจกระนั้น สำราต บอกว่า หลังจากเปลี่ยนศาสนาแล้วเจ้าหน้าที่อำเภอของรัฐคุชราตก็ยังออกเอกสารรับรองการเปลี่ยนศาสนาให้ไม่ได้

“ความต้องการของเราคือ ให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี พวกเราถูกกีดกันไม่ให้ใช้ชีวิตแบบสังคมส่วนใหญ่”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:  http://www.christiancentury.org/article/2016-09/indian-dalits-hope-better-treatment-through-conversion-buddhism

ขอขอบคุณภาพจาก: http://www.buddhachannel.tv/portail/spip.php?article23021

 

source :- http://www.winnews.tv/news/8472


เนื้อหาในหมวดเดียวกัน